Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 246/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2524 และชำระภาษีเงินได้บางส่วนแล้วก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินโจทก์ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่มขึ้น ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 22 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น การที่จำเลยที่ 2 ประเมินให้โจทก์รับผิดเสียเงินเพิ่มอีก 2 เท่าตามมาตรา 26 จึงเป็นการไม่ชอบ และการที่จำเลยประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้เต็มจำนวนโดยมิได้หักภาษีเงินได้ที่โจทก์ชำระไว้แล้วออกเสียก่อน ทำให้โจทก์ต้องชำระภาษีเงินได้ซ้ำซ้อน โจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการประเมินในส่วนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้โดยไม่จำต้องใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อน โจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี 2523 คงยื่นแต่แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี 2524 แม้เจ้าพนักงานประเมินจะได้ทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ไปแล้วก็ตามภายใน 5 ปี นับแต่วันที่โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์แสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ เจ้าพนักงานประเมินก็มีอำนาจแก้จำนวนเงินที่ประเมินหรือที่ยื่นรายการไว้เดิม หรือทำการประเมินใหม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19, 20และ 21 ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีพร้อมหลักฐานเอกสารประกอบการลงบัญชีและอื่น ๆ สำหรับปี 2523, 2524 ไปส่งให้เจ้าพนักงานประเมินเพื่อตรวจสอบ แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตาม เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้ประจำปี 2523 และ 2524 ของโจทก์ตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้ตามมาตรา 25 และมาตรา 21 ตามลำดับซึ่งทั้งสองกรณีโจทก์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้วินิจฉัยว่าโจทก์มีเงินได้พึงประเมินเป็นจำนวนเท่าใด

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 17 ป.รัษฎากร Section 19 ป.รัษฎากร Section 20 ป.รัษฎากร Section 21 ป.รัษฎากร Section 22 ป.รัษฎากร Section 23 ป.รัษฎากร Section 24 ป.รัษฎากร Section 25 ป.รัษฎากร Section 26 ป.รัษฎากร Section 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของจำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ และเสียภาษีเป็นเงิน ๑๖,๔๔๑ บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ หมายเรียกโจทก์ไปตรวจสอบและประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มอีก ๔๑,๘๙๔.๓๘ บาท โจทก์ชำระแล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๓ และเจ้าพนักงานประเมินได้หมายเรียกโจทก์ไปเพื่อตรวจภาษีประจำปี ๒๕๒๔ อีก โจทก์จึงไม่ปฏิบัติตาม หลังจากนั้นจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงประเมินภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๓ และ ๒๕๒๔ ให้โจทก์เสียภาษีอีก ๑,๓๒๙,๕๔๖ บาท อันเป็นการประเมินซ้ำซ้อนโดยไม่มีอำนาจ และยอดเงินภาษีก็ไม่ถูกต้อง จึงขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งการประเมินทั้ง ๒ ฉบับ

จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่เคยเสียภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๓, ๒๕๒๔ แล้วไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินที่เรียกโจทก์มาตรวจสอบไต่สวน จำเลยจึงประเมินภาษีอากรที่โจทก์จะต้องชำระแล้วแจ้งให้โจทก์ทราบ การประเมินชอบแล้วและโจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินจึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ในส่วนที่โจทก์ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก ๒ เท่า เป็นว่าให้โจทก์ต้องรับผิดเสียภาษีเพิ่มร้อยละ ๒๐ แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่ม คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้หักภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ที่โจทก์ชำระไว้แล้วตามที่กล่าวในฟ้องออกด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่าปี ๒๕๒๓ โจทก์มีรายได้แต่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินได้หมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีพร้อมเอกสารประกอบการลงบัญชีและอื่น ๆ สำหรับปี ๒๕๒๓ และ ๒๕๒๔ ไปส่งมอบเพื่อตรวจสอบเพราะมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน โจทก์รับหมายเรียกแล้วเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์เมื่อรวมกับเงินเพิ่มอีก ๒ เท่าของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระแล้ว เป็นเงิน ๑๗,๘๘๐ บาท สำหรับปี ๒๕๒๓ และเป็นเงิน ๑,๓๑๑,๖๖๖ บาท สำหรับปี ๒๕๒๔ แล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ๒๕๒๔ ชำระภาษีเงินได้ไปจำนวนหนึ่งแล้ว

ก่อนที่จำเลยที่ ๒ จะทำการประเมินให้โจทก์ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๒๐ แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่มขึ้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๒๒ การที่จำเลยที่ ๒ ทำการประเมินให้โจทก์รับผิดเสียเงินเพิ่มขึ้นอีก ๒ เท่าจำนวนเงินภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๒๖ จึงเป็นการไม่ชอบ และในเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ชำระภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ไว้บ้างแล้ว การที่จำเลยประเมินภาษีเงินได้ให้โจทก์ชำระเต็มจำนวนโดยมิได้หักภาษีเงินได้ที่โจทก์ชำระไว้แล้วออกเสียก่อน จึงทำให้โจทก์ต้องชำระภาษีเงินได้ซ้ำซ้อนกับภาษีเงินได้ที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยเกี่ยวกับภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ของโจทก์ ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินเพิ่ม และให้นำภาษีเงินได้ที่โจทก์ชำระไว้บ้างแล้วไปหักออกจากภาษีเงินได้ของโจทก์ที่จำเลยที่ ๒ ทำการประเมินไว้ จึงเป็นการชอบแล้ว ที่จำเลยทั้งสามฎีกาข้อต่อมาว่า

เมื่อโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินจากจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๗ แล้ว โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๐ แสดงว่าโจทก์พอใจ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องทั้งการประเมินภาษีอากรและเงินเพิ่มนั้น เห็นว่าเมื่อคดีฟังได้ว่า การที่จำเลยที่ ๒ ทำการประเมินให้โจทก์รับผิดเสียเงินเพิ่มขึ้นอีก ๒ เท่าจำนวนภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๒๖ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น โจทก์มีอำนาจที่จะมาฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการประเมินในส่วนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้เลย โดยไม่จำต้องใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เสียก่อนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องในส่วนนี้

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ประจำปี ๒๕๒๔ เป็นการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๒๕, ๒๖ ซึ่งการประเมินดังกล่าวห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินตาม มาตรา ๓๐ (๑) เมื่อกฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน ทำให้โจทก์ไม่มีโอกาสแสดงหลักฐานว่าโจทก์มีเงินได้พึงประเมินจำนวนเท่าใด โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ และที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์มีเงินได้พึงประเมินประจำปี ๒๕๒๓ และปี ๒๕๒๔ โดยต้องเสียภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินเอกสารหมาย จ.๖ และ จ.๗ โจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้องนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ในปี ๒๕๒๓ โจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ ส่วนปี ๒๕๒๔ แม้โจทก์จะยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้และเจ้าพนักงานประเมินสรรพากรเขตพื้นที่ ๓ จะได้ทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ไปแล้วก็ตาม ภายในเวลา ๕ ปี นับแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ มีเหตุอันควรเชื่อว่าโจทก์แสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ก็มีอำนาจแก้จำนวนเงินที่ประเมินหรือที่ยื่นรายการไว้เดิม หรือทำการประเมินใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร มาตรา ๑๙, ๒๐ และ ๒๑ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ออกหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีพร้อมหลักฐานเอกสารประกอบการลงบัญชีใบเสร็จภาษีการค้า

สัญญาซื้อขายและอื่น ๆ สำหรับปี ๒๕๒๓ และปี ๒๕๒๔ ไปส่งให้เจ้าพนักงานประเมินเพื่อตรวจสอบ แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าว เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๓ ของโจทก์ตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้ตามมาตรา ๒๕ และเจ้าพนักงานมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ของโจทก์ตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้ ตามมาตรา ๒๑ ซึ่งทั้งสองกรณีดังกล่าว ตามมาตรา ๒๑ และ ๒๕ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะรื้อฟื้นการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินขึ้นโต้แย้งเป็นคดีต่อศาลโดยขอให้ศาลวินิจฉัยว่าความจริงโจทก์มีเงินได้พึงประเมินที่แท้จริงประจำปี ๒๕๒๓ และมี ๒๕๒๔ เป็นจำนวนเท่าใด ทั้งนี้เพราะการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นอันยุติไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาที่โจทก์ฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสมภพ เจียมพันธุรักษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สุวรรณโณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2534 (ref. 18288)

บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน กฎหมายมิได้กำหนดเป็นเด็ดขาดว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกจะต้องห้ามอุทธรณ์ในทุกกรณี แต่จะต้องห้ามอุทธรณ์ก็ต่อเมื่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2534 (ref. 99821)

++ คดีแดงที่ 3802-3803/2534 ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ++ บทบัญญัติของมาตรา 21 และ 25 แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นบทบัญญัติห้ามมิให้…

Supreme Court Judgment No. 2278/2548

ขณะที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกโจทก์ โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2535 แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบั…

Supreme Court Judgment No. 809/2519

เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือถึงบริษัทโจทก์ให้นำส่งภาษีเงินได้ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายของบริษัท ฟ. ซึ่งอยู่ต่างประเทศเมื่อโจทก์ถือว่าเป็นคำสั่งถึงบริษัทที่มีชื่อไม่ตรงกับชื่อโจทก์เจ้าพนักงานป…

Supreme Court Judgment No. 8829/2550

ปัญหาเรื่องการออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินเป็นไปโดยชอบด้วย ป.รัษฎากร มาตรา 19 หรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจในการประเมินภาษีอากรว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up