Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 255/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องว่าจำเลยปลอมบันทึกขออนุมัติเดินทางไปราชการและยืมเงินทดรองจ่ายกับปลอมสัญญายืมเงินในวันเดียวกันการปลอมทั้งสองครั้งตามฟ้องข้อก.และข.เพื่อนำไปแสดงขอรับเงิน2,500บาทจากพนักงานการเงินพนักงานการเงินหลงเชื่อจึงจ่ายเงินให้ไปดังนี้การกระทำตามฟ้องข้อก.และข.ก็โดยมีเจตนาที่จะนำไปใช้เป็นหลักฐานในการหลอกลวงพนักงานการเงินตามฟ้องข้อค.เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่จำเลยปลอมจนถึงเวลาที่ใช้เอกสารปลอมเพื่อหลอกลวงรับเงินจากพนักงานการเงินจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทมิใช่เป็นการกระทำผิดต่างกรรมกัน. โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยได้เงินของผู้เสียหายไปโดยการหลอกลวงและคดีฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงด้วยดังนี้ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้จำนวนเงินตามที่โจทก์ขอมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา43.(ที่มา-เนติฯ)

Provisions the court ruled on

เนื้อความคำพิพากษา

ศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91, 264, 265, 266, 268, 341 ข้อหา ฉ้อโกง กับ ข้อหา ใช้ เอกสารสิทธิอัน เป็น เอกสาร ราชการ ปลอม ให้ ลงโทษ ตาม มาตรา 268 อัน เป็น บทหนักจำเลย เป็น ผู้ ปลอม และ ใช้ เอกสาร ปลอม นั้น เอง จึง ให้ ลงโทษ ฐานใช้ บันทึก ขอ อนุมัติ เดินทาง ปลอม และ ฐาน ใช้ สัญญา การ ยืม เงินปลอม กรรมละ 2 ปี รวม จำคุก 4 ปี จำเลย รับสารภาพ ลดโทษ ให้ กึ่งหนึ่งคง จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ พิพากษา แก้ เป็น ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม มาตรา 265, 266(1), 268, 341 แต่ การ กระทำ ของ จำเลย เป็น กรรมเดียวลงโทษ ตาม มาตรา 268, 266(1) ซึ่ง เป็น บท หนักที่สุด จำคุก 2 ปีลดโทษ ให้

กึ่งหนึ่ง คง จำคุก 1 ปี ของกลาง ริบ คำขอ อื่น ให้ ยกโจทก์ ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ข้อกฎหมาย ว่า 'คง มี ปัญหา ตาม ฎีกา ของ โจทก์สอง ประการ คือ การ กระทำ ของ จำเลย ตาม ที่ กล่าว ใน ฟ้อง นั้นเป็น ความผิด ต่างกรรม กัน หรือไม่ และ จำเลย จะ ต้อง คืน หรือ ใช้เงิน ให้ ผู้เสียหาย หรือไม่ ใน ปัญหา ประการ แรก ตาม คำฟ้อง ของ โจทก์ข้อ ก. และ ข. นั้น จำเลย ได้ ปลอม บันทึก ขอ อนุมัติ เดินทางไป ราชการ และ ยืม เงิน ทดรองจ่าย กับ ปลอม สัญญา ยืมเงิน ในวันเดียวกัน โดย กล่าว ใน คำฟ้อง ว่า การ ปลอม ทั้ง สองครั้ง นี้ก็ เพื่อ นำ ไป แสดง ขอ รับ เงิน จำนวน 2,500 บาท จาก พนักงาน การเงินและ บัญชี กองคลัง สำนักงาน อธิการบดี

มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ โดยวิธีการ หลอกลวง ของ จำเลย ตาม ที่ กล่าว ไว้ ใน คำฟ้อง ข้อ ค. พนักงานการเงิน หลงเชื่อ จึง จ่าย เงิน จำนวน ดังกล่าว ให้ ไป ดังนี้ จึงเป็น ที่ เห็น ได้ ว่า การ กระทำ ของ จำเลย ทั้ง ตาม คำฟ้อง ข้อ ก.และ ข. นั้น ก็ โดย มี เจตนา ที่ จะ นำ ไป ใช้ เป็น หลักฐาน ใน การหลอกลวง พนักงาน การเงิน ตาม ที่ กล่าว ใน คำฟ้อง ข้อ ค. เป็น การกระทำ ที่ ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ จำเลย ปลอม จน ถึง เวลา ที่ ใช้ เอกสารปลอม เพื่อ หลอกลวง รับ เงิน จาก พนักงาน การเงิน จึง เป็น การ กระทำกรรมเดียว ผิด กฎหมาย หลายบท มิใช่ เป็น การ กระทำ ผิด ต่างกรรม กันฎีกา โจทก์ ใน ข้อนี้ ฟัง ไม่ ขึ้น ปัญหา ประการ ที่ สอง

เมื่อ โจทก์ กล่าว ใน ฟ้อง ว่า จำเลย ได้ เงินของ ผู้เสียหาย ไป โดย การ หลอกลวง จำนวน 2,500 บาท และ คดี ฟัง ได้ ว่าการ กระทำ ของ จำเลย เป็น ความผิด ฐาน ฉ้อโกง ด้วย เช่นนี้ แล้ว ศาลก็ ต้อง พิพากษา ให้ จำเลย คืน หรือ ใช้ เงิน จำนวน ดังกล่าว ตาม ที่โจทก์ ขอ มา ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ที่ศาลอุทธรณ์ ไม่ พิพากษา ให้ จำเลย คืน หรือ ใช้ เงิน จำนวน 2,500 บาทให้ ผู้เสียหาย จึง เป็น การ ไม่ ชอบ ฎีกา โจทก์ ข้อนี้ ฟัง ขึ้น' พิพากษา แก้ เป็น ว่า ให้ จำเลย คืน หรือ ใช้ เงิน จำนวน 2,500 บาทแก่ ผู้เสียหาย ด้วย นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ประพันธ์ ผลฉาย · ประการ กาญจนศูนย์ · พลจิตต์ ดียืน
Source
ADMINแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

Supreme Court Judgment, B.E. 2521 (ref. 36973)

ความตามคำฟ้องโจทก์ว่า จำเลยลงลายมือชื่อบุคคลอื่นเบิกเงินจากธนาคารและสลักหลังแคชเชียร์เช็คเป็นการหลอกลวงธนาคาร ทำให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของบุคคลนั้น จำเลยกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2521 (ref. 100050)

ความตามคำฟ้องโจทก์ว่า จำเลยลงลายมือชื่อบุคคลอื่นเบิกเงินจากธนาคารและสลักหลังแคชเชียร์เช็ค เป็นการหลอกลวงธนาคาร ทำให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของบุคคลนั้น จำเลยกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้…

Supreme Court Judgment No. 4222/2545

จำเลยที่ 3 เป็นผู้เช่าร้านค้า โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบกิจการอยู่ในร้านค้านั้น ต่อมาจำเลยที่ 3 เป็นผู้นำใบบันทึกการขายปลอมรวม 4 ฉบับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของใบบันทึกการขายปลอมจำนวน 25 ฉบับ ไปยื่นต่อโจ…

Supreme Court Judgment No. 6154/2540

ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านเป็นหลักฐานแห่งการระงับซึ่งสิทธิของผู้ให้เช่าจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(9) จำเลยนำใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านที่จำเลยปลอมขึ้นและเป็นเอกสารเท็จยื่นประกอบแบบใบข…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up