Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2591/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นวันชี้สองสถานไว้ 2 ข้อคือ จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงิน 12,800 บาท ตามที่ตกลงกันต่อหน้าศาลหรือไม่และโจทก์เสียหายเพียงใด เมื่อสืบพยานเสร็จ ศาลชั้นต้นกำหนด ประเด็นขึ้น 4 ข้อแล้วพิพากษาไปในวันนั้น คือ 1. จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงิน 12,800 บาท ตามที่ตกลงกับโจทก์ในวันที่ 1 กันยายนหรือไม่ 2. โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนหรือไม่ 3. โจทก์ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงโอนที่ดินให้จำเลยตามฟ้องแย้งของจำเลยหรือไม่ 4. โจทก์เสียหายหรือไม่ เพียงใด ดังนี้ประเด็นข้อ 1 เป็นการเน้นให้ชัดลงไปว่าจำเลยผิดสัญญาในวันที่ 1 กันยายน 2524 หรือไม่เพราะประเด็นเดิมกล่าวไว้กว้าง ๆ ว่าผิดสัญญาตามที่ตกลงกันต่อหน้าศาลหรือไม่ ซึ่งการนัดชำระราคาหลังจากตกลงกันที่ศาลแล้วมีครั้งเดียวคือวันที่ 1 กันยายน 2524 เท่านั้นจึงไม่ถือว่าเป็นการกำหนดขึ้นใหม่ โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินนัดจำเลยไปรับโอนที่ดินที่ซื้อในวันที่ 1 กันยายน 2524 โดยเจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2524 เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือนั้นแก่จำเลยวันถัดมา โจทก์จึงมิได้เป็นผู้แจ้งให้จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้เอง จะถือว่าเจ้าพนักงานที่ดินเป็นตัวแทนหาได้ไม่ กำหนดเวลาที่ให้จำเลยชำระหนี้เพียง 4 วัน นับว่ากระชั้นชิดเกินไปไม่ใช่ระยะเวลาพอสมควรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 387 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การบอกกล่าวแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขายกับจำเลยและยังไม่มีอำนาจฟ้อง ประเด็นข้อ 3 ที่ศาลชั้นต้นกำหนดเพิ่มเติม ไม่ขัดต่อวิธีพิจารณาเพราะรวมอยู่ในประเด็นแรกที่กำหนดไว้แต่เดิมแล้ว คือหากจำเลยไม่ผิดสัญญาย่อมมีประเด็นตามมาว่า โจทก์ต้องโอนที่ดินให้จำเลยตามฟ้องแย้งหรือไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๒๓ จำเลยตกลงซื้อที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของที่ดินในราคา ๘๐,๐๐๐ บาท จะโอนสิทธิกันเมื่อเจ้าพนักงานได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แบ่งแยกเป็นสัดส่วนแล้ว จำเลยชำระเงินให้โจทก์ในวันทำสัญญา ๕๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือจะชำระในวันจดทะเบียนโอนสิทธิ โจทก์มอบที่ดินให้จำเลยใช้ประโยชน์ก่อนโอน ระหว่างขอแบ่งแยก ผู้ใหญ่บ้านคัดค้านว่าที่ดินที่ซื้อขายกันบางส่วนเป็นที่สาธารณะ โจทก์จำเลยตกลงกันให้ซื้อขายที่ดินส่วนที่เหลือในราคาเดิม ในวันที่โจทก์จำเลยไปโอนสิทธิกัน จำเลยไม่ยอมชำระราคาที่เหลือ ที่สุดตกลงลดราคาเหลือ๑๘,๐๐๐ บาท เมื่อหักหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้จำเลยอยู่แล้วคงเหลือเงินที่จำเลยต้องชำระในวันโอนสิทธิ ๑๒,๘๐๐ บาท

ต่อมาวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์จำเลยไปโอนสิทธิกันตามที่เจ้าพนักงานกำหนด จำเลยไม่ยอมชำระราคาที่ดินเป็นการผิดสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินอีก จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวยังเพิกเฉย หากโจทก์จะนำที่ดินที่ขายให้เช่าจะได้ค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินที่ซื้อและส่งมอบที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยภายใน ๗ วันนับแต่ศาลพิพากษา ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบที่ดินแก่โจทก์เสร็จ

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยตกลงซื้อที่ดินจากโจทก์และค้างชำระราคาเมื่อหักที่สาธารณะและหนี้สินกันแล้วเหลือ ๑๒,๘๐๐ บาท จริง จำเลยเคยแจ้งให้โจทก์โอนสิทธิให้เสร็จ โจทก์ขอผัดผ่อน จนเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๔ โจทก์บอกกล่าวโดยกะทันหันให้จำเลยไปรับโอนที่ดิน จำเลยเตรียมตัวไม่ทันขอชำระราคาด้วยเช็ค โจทก์ไม่ยอมเลยเลื่อนโอนวันอื่น โจทก์ผัดผ่อนเรื่อยมา และใช้สิทธิโดยไม่สุจริตฟ้องจำเลย ที่พิพาทใช้ทำนาไม่ได้หากไม่เช่าจะได้ค่าเช่าอย่างสูงไม่เกินเดือนละ ๒๐๐ บาท โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ขอฟ้องแย้งให้โจทก์โอนสิทธิที่ดินที่ตกลงซื้อขายกันแก่จำเลยและรับเงิน ๑๒,๘๐๐ บาท จากจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์แจ้งนัดโอนแก่จำเลยก่อนวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๔ เป็นเวลา ๑ อาทิตย์ วันนัดจำเลยมิได้ขอชำระหรือผัดชำระราคาที่ดิน แต่อย่างใด แล้วไม่เคยติดต่อกันโจทก์อีก ที่ดินพิพาทอยู่ในทำเลเหมาะกับการดูดทรายขาย จึงมีค่าเสียหายดังฟ้อง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาแต่โจทก์ไม่ได้กำหนดระยะเวลาอันสมควรให้จำเลยชำระหนี้ ยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา โจทก์ต้องโอนสิทธิที่พิพาทให้จำเลยตามฟ้องแย้ง ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย พิพากษาให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้จำเลย และรับเงิน ๑๒,๘๐๐ บาท จากจำเลย หากโจทก์ไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับทั้งสองฝ่าย โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับทั้งสองฝ่าย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นวันชี้สองสถานไว้ ๒ ข้อ คือ ๑. จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงิน ๑๒,๘๐๐ บาท ที่ตกลงกันต่อหน้าศาลหรือไม่ ๒. โจทก์เสียหายเพียงใด เมื่อสืบพยานเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นขึ้น ๔ ข้อ แล้วพิพากษาไปในวันนั้น คือ ๑. จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงิน ๑๒,๘๐๐ บาท ตามที่ตกลงกับโจทก์ในวันที่๑ กันยายน ๒๕๒๔ หรือไม่ ๒. โจทก์มีสิทธิเลิกสัญญาโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนหรือไม่ ๓. โจทก์ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงโอนที่ดินให้จำเลยตามฟ้องแย้งของจำเลยหรือไม่ ๔. โจทก์เสียหายหรือไม่ เพียงใด

ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นข้อ ๑ เป็นการเน้นให้ชัดลงไปว่าจำเลยผิดสัญญาในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๔ หรือไม่ เพราะประเด็นเดิมกล่าวกว้าง ๆ ว่าผิดสัญญาตามที่ตกลงกันต่อหน้าศาลหรือไม่ ซึ่งการนัดชำระราคาหลังจากตกลงกันที่ศาลแล้วมีอยู่ครั้งเดียวคือวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๔ เท่านั้น จึงไม่ถือว่าเป็นการกำหนดขึ้นใหม่ ประเด็นที่ว่าจำเลยผิดสัญญาหรือไม่นั้น โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินนัดจำเลยไปรับโอนที่ดินที่ซื้อในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๔ โดยเจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๔ เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือนั้นแก่จำเลยวันถัดมา แสดงว่าโจทก์มิได้เป็นผู้แจ้งให้จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้เอง จะถือว่าเจ้าพนักงานที่ดินเป็นตัวแทนหาได้ไม่

กำหนดเวลาที่ให้จำเลยชำระหนี้เพียง ๔ วัน นับว่ากระชั้นชิดเกินไปไม่ใช่ระยะเวลาพอสมควรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๘๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การบอกกล่าวแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขายกับจำเลยและยังไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้อ ๔ และ ข้อ ๒ และไม่ว่าประเด็นข้อ ๒ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดเพิ่มเติมจะชอบหรือไม่ ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ประเด็นข้อ ๓ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดเพิ่มเติมไม่ขัดต่อวิธีพิจารณา เพราะรวมอยู่ในประเด็นข้อแรกที่กำหนดไว้แต่เดิมแล้ว คือ หากจำเลยไม่ผิดสัญญาย่อมมีประเด็นตามมาว่าโจทก์ต้องโอนที่ดินให้จำเลยตามฟ้องแย้งหรือไม่ เมื่อจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ก็ย่อมมีหน้าที่โอนที่ดินที่ขายให้จำเลยตามฟ้องแย้ง

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · อุทิศ บุญชู
Lower court
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม การปลื้มจิตต์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1193/2540

จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้ทำคำให้การแก้คดียื่นต่อศาลโดยจำเลยที่2หุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่1เป็นผู้รับเองเมื่อวันที่31กรกฎาคม2535ซึ่งหมายเรียกดังกล่าวระบุให้จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ…

Supreme Court Judgment No. 3328/2526

แม้สัญญาเช่าซื้อจะกำหนดว่าจำเลยต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างเป็นรายเดือนภายในวันที่ 1 ของทุก ๆ เดือน แต่ตามที่ปฏิบัติจำเลยมิได้ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ในวันที่ 1 ของเดือนเป็นส่วนมาก เห็นได้ว่าโจทก์จำเลยมิ…

Supreme Court Judgment No. 502/2490

ในเรื่องสัญญานั้นมีบางเรื่องกฎหมายบัญญัติไว้เป็นทำนองแทนการแสดงเจตนาของคู่กรณีในเมื่อไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น กรณีที่คู่สัญญาขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำเป็นการฝ่าฝืนสัญญาหรือไม่นั้น มิใช่เป็นการ…

Supreme Court Judgment No. 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

Supreme Court Judgment No. 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up