Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2663/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยขอกู้เงินโจทก์และในวันเดียวกันนั้นได้แสดงเจตนาขอสละทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ร้องทั้งที่ตนไม่มีทรัพย์อื่นอีก และผู้ร้องเป็นผู้เยาว์ยังอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลย พฤติการณ์การสละมรดกยังไม่สมเหตุผล ถือว่าเพียงแต่ให้ผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดกไว้แทนเท่านั้น จำเลยยังคงเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์มรดกผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์มรดก และโจทก์ยึดทรัพย์มรดกได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ ปัญหามีว่า ทรัพย์มรดกยังเป็นของจำเลยหรือไม่ การที่ศาลวินิจฉัยว่า การสละมรดกของจำเลยเป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันตกเป็นโมฆะ ผู้ร้องมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกแทนจำเลยจึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจาก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงบังคับคดียึดที่ดินและบ้านพิพาทขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ โจทก์ให้การว่า ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ทรัพย์พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่จำเลยทั้งสอง และพี่ของผู้ร้องทุกคนรวมทั้งผู้ร้องด้วย เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับมรดกทรัพย์พิพาท ทายาททุกคนต่างสละมรดกให้แก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานที่ดินจึงได้จดทะเบียนโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องแต่ผู้เดียว คดีมีปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องว่า จำเลยที่ ๑ ยังคงมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทอยู่อีกหรือไม่ เห็นว่า การขอรับมรดกกับการสละมรดกกระทำกันอย่างเร่งรีบผิดปกติธรรมดา กล่าวคือ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับมรดกวันนี้ รุ่งขึ้นจำเลยที่ ๑ ก็ขอสละมรดก และยังได้ความว่าจำเลยที่ ๑ได้ไปขอกู้เงินโจทก์วันเดียวกับวันที่ขอสละมรดกนั่นเอง ประกอบกับมรดกมีเพียงทรัพย์พิพาทเท่านั้น

ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก ผู้ร้องก็เป็นผู้เยาว์ยังอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยที่ ๑ พี่ของผู้ร้องทุกคนที่สละมรดกก็ได้ความว่ายังไม่มีอาชีพเป็นหลักฐานและต่างอาศัยอยู่ในทรัพย์พิพาทร่วมกับผู้ร้อง ส่วนที่โฉนดที่ดินแปลงพิพาทซึ่งโจทก์ยึดไว้เป็นประกันหนี้ตกไปอยู่ในความครอบครองของผู้ร้องได้นั้นก็เชื่อว่าโจทก์มอบให้ไปเพราะจำเลยที่ ๑ มาอ้างว่าจะเอาไปติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลอื่นมาชำระให้โจทก์ดังที่โจทก์เบิกควาเพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่โจทก์จะให้คืนไปทั้งที่ยังไม่ได้รับชำระหนี้ จากพฤติการณ์ดังกล่าว เห็นว่า การสละมรดกของจำเลยที่ ๑ นอกจากจะไม่สมเหตุผลแล้ว ยังเป็นหลักฐานบ่งชี้ให้ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ เพียงแต่ให้ผู้ร้องถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทไว้แทนเท่านั้น

จำเลยที่ ๑ ยังคงเป็นเจ้าของร่วมอยู่ในทรัพย์พิพาท ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท ที่ผู้ร้องฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า มีการจดทะเบียนให้ผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทแต่ผู้เดียวแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดทรัพย์พิพาทนั้น เห็นว่าจำเลยที่ ๑ ยังมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทอยู่ดังได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น โจทก์จึงยึดได้ที่ผู้ร้องฎีกาอีกว่าหากโจทก์เห็นว่าการสละมรดกของจำเลยที่ ๑ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนการสละมรดกเสียนั้น เห็นว่า เมื่อผู้ร้องเพียงแต่ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทไว้แทนจำเลยที่ ๑ ดังได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น จำเลยที่ ๑ จึงยังมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะยึดทรัพย์พิพาทได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่

ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ประเด็นมีเพียงว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการสละมรดกของจำเลยที่ ๑ เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันตกเป็นโมฆะ และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ร้องมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทแทนจำเลยที่ ๑ และทายาทอื่น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ทรัพย์พิพาทว่ายังเป็นของจำเลยที่ ๑ อยู่ดังนี้ จึงหาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องทุกข้อฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
Lower court
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4902/2545

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทตามฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวศาลต้องพิจารณาคำฟ้องและคำให้การด้วยว่า ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของรวมนั้นอ้างโดยอาศัยเห…

Supreme Court Judgment No. 3993/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่รกร้างมีน้ำขัง ตลอดปีเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา ไม่มีผู้ใดครอบครองทำประโยชน์ โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาติดต่อกันเป็นเวลา 8 ปีเศษเป็นการยืนยั…

Supreme Court Judgment No. 7940/2540

ล.บิดาของโจทก์ทั้งสาม และ ด.เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิม ต่อมา ล.ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 และ ด. แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และ ด.ได้ที่ดินพิพาทเป็นอัตราส่วนเพียงใด ต้องถือว่าโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 3486/2538

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่พิพาททั้งแปลง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิกถอนเพียงครึ่งหนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้พิพากษายกฟ้อง ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงมีเพียงครึ่งหนึ่งของราคาที่พิพาท โจทก์บรรยายฟ้องว…

Supreme Court Judgment No. 5532/2537

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความมาตรา 142 คำพิพากษานั้นกฎหมายห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้ในสิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้อง แต่กรณีที่โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งกระทำต่อห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up