คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนเมษายน ๒๔๘๘ จำเลยได้ทำหนังสือกู้ยืมเงินโจทก์ ๑๕๐๐ บาท จะใช้ภายใน ๖ เดือน เมื่อเดือน กรกฎาคม ผู้ร้ายปล้นทรัพย์แล้วเอาหนังสือสัญญากู้นั้นไปด้วย ขอให้จำเลยใช้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาหลายข้อ แต่ศาลชั้นต้นรับฉะเพาะฎีกาข้อที่คัดค้านว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลฎีกาตัดสินว่า ฎีกาข้ออื่นศาลชั้นต้นสั่งไม่รับแล้ว จำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง จึงวินิจฉัยฉะเพาะข้อฎีกาที่ศาลเดิมสั่งรับ
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กล่าวฟ้องชัดว่า เมื่อเดือนเมษายน ๒๔๘๘ จำเลยทำหนังสือกู้เงินโจทก์ไปแล้วและยังกล่าวด้วยว่า จำเลยเขียนสัญญาด้วยตนเอง แต่สัญญานั้นถูกผู้ร้ายลักไป นัยว่าโจทก์ได้ปฏิบัติการฟ้องแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๗๒ แล้ว ไม่สมควรบังคับให้ระบุวันอันไม่สามารถระบุได้
Result
จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลล่าง