Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2841/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 6 และข้อ2 นายจ้างจะต้องให้ลูกจ้างมีเวลาพักในระหว่างการทำงานไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง โดยจะให้มีเวลาพักเป็นหลายครั้งก็ได้ แต่เมื่อรวมเวลาพักแล้วจะต้องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และเวลาพักจะต้องเป็นระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างการทำงานด้วย การที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานระหว่างเวลา 8.00 นาฬิกา -16.00 นาฬิกา และระหว่างเวลา 16.00 นาฬิกา ถึง24.00 นาฬิกาโดยให้มีเวลาพักกะละครึ่งชั่วโมง จึงเป็นการกำหนดเวลาพักที่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวกรณีดังกล่าวแม้ลูกจ้างทำงานในช่วงเวลาพักก็เป็นการทำงานในเวลาทำงานปกติ หาใช่นอกเวลาทำงานปกติอันจะทำให้ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาไม่ ลูกจ้างจึงมีสิทธิเรียกร้องได้แต่เพียงค่าจ้างโดยคำนวณเฉลี่ยจากค่าจ้างของแต่ละเดือนเท่านั้น.

Provisions the court ruled on

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 6 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 34

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยให้โจทก์ทำงานโดยมิได้จัดเวลาพักให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดให้โจทก์ทำงานในระหว่างเวลาพักวันละครึ่งชั่วโมงจำเลยจึงต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้โจทก์ นอกจากนี้จำเลยยังสั่งให้โจทก์ทำงานนอกเวลาทำงานปกติโดยไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้ จำเลยไม่เคยให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปีขอให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลาและเงินเพิ่มนับแต่วันผิดนัดแก่โจทก์กับขอให้จำเลยชำระค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ด้วย

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยสั่งให้โจทก์ทำงานโดยจัดเวลาพักไม่ถูกต้องและโจทก์ไม่เคยทำงานในระหว่างเวลาพักตามฟ้อง เดิมโจทก์ทำงานเป็นรายวัน ต่อมามีการตกลงจ้างกันเป็นรายเดือนโดยคำนวณค่าจ้างและค่าล่วงเวลารวมกันเป็นเงินเดือนแก่โจทก์แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาและเงินเพิ่มตามฟ้อง โจทก์ทุกคนใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีครบถ้วนแล้วคดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทก์ที่ 2 ขอถอนคำฟ้องศาลแรงงานกลางอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าล่วงเวลาในส่วนที่ทำงานระหว่างกะ กะละครึ่งชั่วโมง แต่การทำงานหลังเวลา 24 นาฬิกาไปแล้วโจทก์มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาโดยคำนวณเฉลี่ยตามที่ได้ทำงานให้จำเลย และยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีด้วย พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าล่วงเวลาและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ที่1 และโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 7 พร้อมด้วยดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยก โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 7 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยไม่มีสิทธิกำหนดเวลาให้โจทก์พักในระหว่างเวลาทำงานเพียง 30 นาทีเพราะขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 6การกระทำของจำเลยจึงเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ปัญหาข้อนี้มีความตามข้อ 6 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวกำหนดว่า 'ในวันที่มีการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่วโมง หลังจากลูกจ้างได้ทำงานในวันนั้นมาแล้วไม่เกินห้าชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักน้อยกว่าครั้งละหนึ่งชั่วโมงก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าครั้งละยี่สิบนาทีและเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่วโมง ฯลฯ' และได้มีคำจำกัดความของคำว่า 'เวลาพัก' ในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับเดียวกันไว้ว่า

'หมายความว่า ระยะเวลาที่กำหนดให้ลูกจ้างหยุดพักระหว่างการทำงาน' ดังนั้น ตามข้อบัญญัติดังกล่าวจึงมีความหมายว่าในวันทำงานของลูกจ้างในแต่ละวันนั้น นายจ้างจะต้องให้ลูกจ้างมีเวลาพักในระหว่างการทำงานนั้นไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง โดยจะตกลงกันให้มีเวลาพักเป็นหลายครั้งก็ได้แต่ในแต่ละครั้งนั้นจะต้องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าครั้งละยี่สิบนาทีและเมื่อรวมเวลาพักดังกล่าวแล้วก็จะต้องเป็นเวลาไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่งโมงและเวลาพักนี้จะต้องเป็นระยะเวลาที่อยู่ในระหว่างการทำงานด้วยนายจ้างจะกำหนดให้มีเวลาพักในระหว่างการทำงานให้น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่วโมงมิได้ ปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยให้โจทก์ทำงานระหว่างเวลา 8.00 นาฬิกา

- 16.00 นาฬิกาและระหว่างเวลา 16.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา โดยมีเวลาพักเพียงกะละครึ่งชั่วโมง ดังนั้นการกำหนดเวลาพักของจำเลยจึงขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 6ดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้น โจทก์จึงทำงานเกินกว่าเวลาทำงานปกติของแต่ละกะในแต่ละวันเป็นจำนวนวัละครึ่งชั่วโมงแต่ที่โจทก์เรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินในการทำงานเฉพาะส่วนนี้โดยเรียกว่าค่าล่วงเวลานั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าค่าล่วงเวลาหมายความว่าเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ ซึ่งตามกรณีของโจทก์แม้เป็นการทำงานโดยจำเลยให้โจทก์ทำงานในช่วงเวลาพักก็เป็นการทำงานในเวลาทำงานปกติไม่โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องได้แต่เพียงค่าจ้างโดยคำนวณเฉลี่ยจากค่าจ้างของแต่ละเดือนเท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์แต่ละคนได้ทำงานในระหว่างเวลาพักนั้นเป็นจำนวนเท่าใด ศาลฎีกาจึงไม่อาจคำนวณค่าจ้างที่จำเลยจะต้องรับผิดชำระให้แก่โจทก์ได้ กรณีจึงต้องย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยต่อไป.....

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในประเด็นเรื่องค่าจ้างในเวลาพักระหว่างเวลาทำงานของโจทก์ที่ 1 ที่ 3ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 กับประเด็นค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีของโจทก์ที่ 6 แล้วให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

Matter details

Panel of judges
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5630/2538

ค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ และประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวยังได้กำหนดให้ลูกจ้า…

Supreme Court Judgment No. 1390/2537

การทำงานนอกเวลาทำงานปกติถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่นายจ้างทำสัญ…

Supreme Court Judgment No. 525/2534

โจทก์ทำงานเป็นพนักงานต้อน รับบนขบวนรถไฟดีเซลราง เริ่มเข้าทำงานก่อนที่ขบวนรถจะออก 1 ชั่วโมง และทำงานอยู่บนขบวนรถตลอดทางจนถึงสถานีปลายทาง ส่วนในเที่ยวกลับก็เข้าทำงานในลักษณะเดียวกันการทำงานของโจทก์ตั้งแ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 104586)

จำเลยให้โจทก์มาอยู่เวร ณ สถานที่ประกอบกิจการของจำเลยหากเครื่องจักรของจำเลยเสียซึ่งต้องทำการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ต่อไป จำเลยก็จะมีคำสั่งหรือใบแจ้งงานให้โจทก์ซ่อมแซมและโจทก์ต้องลงเวลาการทำง…

Supreme Court Judgment No. 3673/2527

กรณีที่สหภาพแรงงานและนายจ้างต่างแจ้งข้อเรียกร้องฝ่ายละหลายข้อ ซึ่งต้องแบ่งข้อเรียกร้องเจรจากันเป็นคราว ๆ ไป แม้ในการเจรจาคราวแรกจะตกลงกันได้และทำเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วก็ต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up