Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3673/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กรณีที่สหภาพแรงงานและนายจ้างต่างแจ้งข้อเรียกร้องฝ่ายละหลายข้อ ซึ่งต้องแบ่งข้อเรียกร้องเจรจากันเป็นคราว ๆ ไป แม้ในการเจรจาคราวแรกจะตกลงกันได้และทำเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วก็ตาม แต่ในการเจรจาข้อเรียกร้องข้ออื่น ๆ ต่อมา สหภาพแรงงานก็มีอำนาจที่จะตกลงแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรกได้ ดังนั้น เมื่อข้อตกลงในการเจรจาคราวแรกกำหนดเงื่อนไขในการไม่จ่ายเงินบำเหน็จไว้ประการหนึ่ง แล้วต่อมาทำความตกลงเพิ่มเงื่อนไขในการไม่จ่ายเงินบำเหน็จอีกประการหนึ่ง อันเป็นเงื่อนไขซึ่งจะตัดสิทธิของลูกจ้างที่จะกระทำผิดในอนาคต ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของลูกจ้างทั่วไปที่ได้รับตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรกอยู่ก่อนแล้ว ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับหลังนี้จึงมีผลใช้บังคับ เมื่อค่าครองชีพเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง และกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ถือเอาอัตราค่าจ้างเป็นเกณฑ์ในการคำนวณจ่ายค่าล่วงเวลาฯ นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การที่สหภาพแรงงานตกลงกับนายจ้างว่าไม่ให้นำค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายดังกล่าว ข้อตกลงนี้จึงไม่มีผลผูกพันลูกจ้าง ลูกจ้างฟ้องเรียกดอกเบี้ยจากเงินบำเหน็จ ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดจากนายจ้างก่อนวันฟ้อง แต่เมื่อไม่ปรากฏว่านายจ้างผิดนัดเมื่อใดจึงกำหนดให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 224 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 13 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 20 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 98 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 34 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 39 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 42

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่จ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งกำหนดให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ลูกจ้างที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดถึงขั้นไล่ออก จำเลยให้โจทก์ทำงานในวันทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติของวันทำงาน ทำงานในวันหยุดและทำงานในวันหยุดเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงานโดยจ่ายค่าล่วงเวลาไม่ถูกต้องเพราะมิได้นำเงินค่าครองชีพซึ่งเป็นค่าจ้างมาเป็นฐานคำนวณจ่ายค่าจ้าง จึงต้องจ่ายเพิ่มแก่โจทก์ ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดพร้อมดอกเบี้ยตามบัญชีรายละเอียดท้ายฟ้องแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะมีผลงานตกต่ำและขาดงานมากซึ่งจำเลยได้ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยและตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกำหนดให้การเลิกจ้างเพราะเหตุนี้ไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินบำเหน็จ ส่วนค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดนั้น จำเลยไม่เคยนำค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณและเป็นเจตนาของนายจ้างลูกจ้างซึ่งตกลงให้ถือปฏิบัติกันเช่นนี้ตลอดมา จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวเพิ่ม ขอให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า แม้ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างจะกำหนดให้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จเฉพาะกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดจนถึงขั้นไล่ออกก็ตาม แต่ต่อมาได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเพิ่มเติมกำหนดให้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จกรณีที่เลิกจ้าง เนื่องจากสาเหตุที่ลูกจ้างขาดงานมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าวจึงไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จ ส่วนค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดนั้น สหภาพแรงงานได้ตกลงกับจำเลยว่า ไม่ต้องนำค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณ จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดเพิ่ม พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. ๒๕๑๘ กำหนดอำนาจหน้าที่ของสหภาพแรงงานไว้ใน มาตรา ๙๘(๑) ว่า"เรียกร้อง เจรจา ทำความตกลง และรับทราบคำชี้ขาดหรือทำข้อตกลงกับนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างในกิจการของสมาชิกได้" ไม่มีข้อความหรือบทบัญญัติใดที่จำกัดขอบเขตอำนาจของสหภาพแรงงานไว้ว่า ในการเจรจาตามข้อเรียกร้อง เมื่อสหภาพแรงงานทำเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ครั้งหนึ่งแล้วแม้การเจรจาข้อเรียกร้องข้ออื่นจะยังไม่เสร็จสิ้น สหภาพแรงงานก็ไม่มีอำนาจที่ตกลงแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรก จริงอยู่ ตามมาตรา ๒๐กำหนดว่า "เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้นายจ้างทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

เว้นแต่สัญญาจ้างแรงงานจะเป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า" แต่ก็เป็นบทบัญญัติห้ามนายจ้างมิให้ทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเท่านั้น จะนำมาใช้กับกรณีที่สหภาพแรงงานทำข้อตกลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งเกิดจากข้อเรียกร้องตามมาตรา ๑๓หาได้ไม่ กรณีที่สหภาพแรงงานและจำเลยต่างแจ้งข้อเรียกร้องฝ่ายละหลายข้อ ซึ่งไม่อาจเจรจาหรือตกลงกันให้เสร็จสิ้นในความเดียวกัน ต้องแบ่งข้อเรียกร้องเจรจากันเป็นคราว ๆ แม้การเจรจาข้อเรียกร้องคราวแรกจะสามารถตกลงกันได้และทำเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วก็ตาม ในการเจรจาข้อเรียกร้องข้ออื่นซึ่งเกิดจากแจ้งข้อเรียกร้องคราวเดียวกัน

สหภาพแรงงานก็มีอำนาจที่จะตกลงแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับแรกได้ ปรากฏว่าสหภาพแรงงานทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับหลังเพิ่มเติมเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จว่า "เมื่อบริษัทเลิกจ้างพนักงานเนื่องจากสาเหตุที่พนักงานขาดงานมากโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และผู้บังคับบัญชาได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้วเป็นลายลักษณ์อักษร บริษัทจะไม่จ่ายเงินบำเหน็จให้" นั้นเป็นเงื่อนไขซึ่งจะตัดสิทธิของลูกจ้างที่จะกระทำผิดในอนาคต ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิของลูกจ้างทั่วไปที่ได้รับตามข้อตกลงเกี่ยวกับงสภาพการจ้างฉบับแรกอยู่ก่อนแล้วข้อตกลงเกี่ยวกับงสภาพการจ้างดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับ ค่าครองชีพเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๔, ๓๙ และ ๔๒ กำหนดให้ถือเอาอัตราค่าจ้างเป็นหลักเกณฑ์ในการคำนวณจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด ฉะนั้น ในการจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด นายจ้างต้องจ่ายให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายซึ่งต้องรวมค่าจ้างทุกประเภทรวมทั้งค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณ การที่สหภาพแรงงานตกลงกับจำเลยว่าไม่ให้นำเงินค่าครองชีพมาเป็นฐานคำนวณนั้น จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ไม่มีผลผูกพันลูกจ้าง จำเลยต้องจ่ายค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มให้แก่โจทก์ตามฟ้อง สำหรับเรื่องดอกเบี้ยซึ่งโจทก์เรียกร้องมาก่อนวันฟ้องปรากฏว่าโจทก์มิได้สืบพยานและตามเอกสารซึ่งคู่ความรับกันหรือตามฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยผิดนัดแต่เมื่อใด ฉะนั้นจะถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันที่โจทก์ขอไม่ได้ ศาลฎีกาจึงกำหนดให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๑วรรคแรก ตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดแก่โจทก์ตามฟ้อง กับให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีของเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจรศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 104586)

จำเลยให้โจทก์มาอยู่เวร ณ สถานที่ประกอบกิจการของจำเลยหากเครื่องจักรของจำเลยเสียซึ่งต้องทำการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ต่อไป จำเลยก็จะมีคำสั่งหรือใบแจ้งงานให้โจทก์ซ่อมแซมและโจทก์ต้องลงเวลาการทำง…

Supreme Court Judgment No. 5630/2538

ค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ และประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวยังได้กำหนดให้ลูกจ้า…

Supreme Court Judgment No. 3619/2529

จำเลยสั่งให้ลูกจ้างทั้งหมดหมุนเวียนกันหยุดงานเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสัปดาห์ละ 2-3 วัน ในช่วงที่ธุรกิจการทอผ้าของจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานให้ลูกจ้างทำ เพราะขาดวัสดุและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออกทำให้ประสบปั…

Supreme Court Judgment No. 2891/2525

แม้จะมีข้อตกลงระหว่างโจทก์ลูกจ้างกับจำเลยนายจ้าง ให้เรียกค่าครองชีพว่า 'เงินสวัสดิการ' ก็ไม่เป็นข้อยกเว้นที่จะทำให้ค่าครองชีพไม่ใช่ค่าจ้าง เมื่อถือว่าค่าครองชีพเป็นค่าจ้างการที่มีข้อตกลงระหว่างโจทก์จำ…

Supreme Court Judgment No. 4030/2561

แม้จำเลยที่ 1 มีอำนาจยุบรวมแผนกการเงินและแผนกบัญชีเข้าด้วยกันเป็นแผนกการเงินและบัญชีตามมติของคณะกรรมการบริหารของจำเลยที่ 1 เพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับเกี่ย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up