Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 2940)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองเพียงผู้เดียวผู้อื่นก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองในการยักยอกทรัพย์ได้หากได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทรัพย์การครอบครองทรัพย์เป็นเพียงองค์ประกอบความผิดในการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์อย่างหนึ่งเท่านั้น จำเลยที่1ครอบครองดูแลจัดการทรัพย์สินของโจทก์ที่2สาขาบางกะปิ เป็นผู้จัดการธนาคารอันเป็นกิจการที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับการเงินจำเลยที่1จึงเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนการกระทำของจำเลยที่1ดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา354ประกอบด้วยมาตรา353และมาตรา352วรรคหนึ่งส่วนการที่จำเลยที่2ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ร่วมกับจำเลยที่1ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาบางกะปิของโจทก์ที่2ยักยอกทรัพย์ของจำเลยที่2เมื่อจำเลยที่2มิใช่เป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนจำเลยที่2ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา352วรรคหนึ่งประกอบด้วยมาตรา83 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำหลักฐานเท็จในการที่จำเลยที่2ขอกู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ที่2ครั้งแรกในวงเงิน1,000,000บาทโดยจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะเบียดบังเอาเงินของโจทก์ที่2ไปเป็นของจำเลยทั้งสองโดยทุจริตอันเป็นความผิดฐานยักยอกแล้วเมื่อต่อมาจำเลยที่2ได้ร่วมกันทำหลักฐานเท็จในการที่จำเลยที่1ขอกู้เงินเกินบัญชีเพิ่มเติมอีก3ครั้งในวงเงิน500,000บาท400,000บาทและ800,000บาทตามลำดับจากโจทก์ที่2การกระทำของจำเลยทั้งสองแต่ละครั้งนั้นจึงเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกันจำเลยทั้งสองจึงร่วมกันกระทำความผิดฐานยักยอกรวม4กรรม

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมาโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 1และที่ 2 ตามลำดับกับให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในสำนวนหลังและจำเลยที่ 2 ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับสำนวนแรกโจทก์ที่ 1 ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารของโจทก์ที่ 2 ผู้เสียหาย ได้ครอบครองเงินของผู้เสียหายที่ลูกค้าของผู้เสียหายนำมาฝากประจำไว้ที่สาขาบางกะปิครั้งละ 1,000,000 บาท รวม 3 ครั้ง แล้วจำเลยที่ 1ได้เบียดบังยักยอกเงินของผู้เสียหายที่เก็บรักษาไว้ที่สาขาบางกะปิครั้งละ 1,000,000 บาท ดังกล่าวไปเป็นของจำเลยที่ 1 เองและเป็นของบุคคลที่สามโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354, 91และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธสำนวนหลังโจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83, 86, 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องสำนวนหลังแล้วเห็นว่า

คดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 รวม 4 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 สำหรับจำเลยที่ 1โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบด้วยมาตรา 353 ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี 3 เดือนรวม 4 กระทง จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 (ที่ถูกคือมาตรา 352 วรรคหนึ่ง) ประกอบด้วยมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้จำเลยที่ 2 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองเพียงผู้เดียว ผู้อื่นก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองในการยักยอกทรัพย์ได้หากได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทรัพย์ การครอบครองทรัพย์เป็นเพียงองค์ประกอบความผิดในการกระทำความผิดฐานยักยอกอย่างหนึ่งเท่านั้นแต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนกระทำความผิดตามมาตรา 352 การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354ประกอบด้วยมาตรา 353 และ 352 วรรคหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและร่วมกับจำเลยที่ 1 ยักยอกทรัพย์ของโจทก์ที่ 2นั้น เมื่อจำเลยที่ 2 มิใช่เป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

จำเลยที่ 2 จึงย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคหนึ่งประกอบด้วย มาตรา 83เมื่อจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำหลักฐานเท็จในการที่จำเลยที่ 2 ขอกู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ที่ 2 ครั้งแรกในวงเงิน1,000,000 บาทเพื่อให้โจทก์ที่ 2 อนุมัติให้จำเลยที่ 2กู้เบิกเงินเกินบัญชี โดยจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะเบียดบังเอาเงินของโจทก์ที่ 2 ไปเป็นของจำเลยทั้งสองโดยทุจริตการกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงเป็นการร่วมกับจำเลยที่ 2เบียดบังเอาเงินดังกล่าวของโจทก์ที่ 2 ไปเป็นของจำเลยทั้งสองโดยทุจริต อันเป็นความผิดฐานยักยอกแล้ว ดังนั้นเมื่อต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันทำหลักฐานเท็จในการที่จำเลยที่ 1 ขอกู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ในวงเงิน 500,000 บาท400,000 บาท และ 800,000 บาท ตามลำดับจากโจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 2 หลงเชื่ออนุมัติให้จำเลยที่ 2 กู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมได้เช่นนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวแต่ละครั้งนั้นจึงเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมกัน จำเลยทั้งสองจึงได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานยักยอกรวม 4 กรรมมิใช่กรรมเดียวพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1286/2505

คดีที่จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกัน อันเป็นความผิดหลายกระทง บางกระทงควบเกี่ยวระหว่างใช้กฎหมายเก่าและใหม่ ไม่แน่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามกฎหมายใดนั้น ศาลต้องพิจารณาใช้กฎหมายที่เป็นผลดีแก่จำเลย จำเลยรับราช…

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Supreme Court Judgment No. 18079/2555

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์มรดก ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานยักยอก แต่ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานรับของโจร เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วั…

Supreme Court Judgment No. 987/2554

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต โดยจดทะเบียนโอนทรัพย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up