Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 987/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต โดยจดทะเบียนโอนทรัพย์สินนั้นเป็นของตน เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 352 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 1 โดยไม่สุจริตอันเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดด้วยก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้กระทำในฐานเป็นผู้จัดการมรดกของผู้อื่นตามคำสั่งศาล คงลงโทษได้เพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 353,354 ประกอบด้วยมาตรา 86

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83, 91

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 (ที่ถูก มาตรา 352 วรรคแรก) จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี และปรับ 6,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี 4 เดือน ปรับคนละ 4,000 บาท รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไว้มีกำหนด 2 ปี หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเฉพาะฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นมารดาและเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลของนายทนงศักดิ์ ผู้ตาย โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทนงศักดิ์ มีบุตรกับนายทนงศักดิ์ 2 คน ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนด เดิมมีชื่อนายทนงศักดิ์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนายทนงศักดิ์ถึงแก่ความตายและศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายทนงศักดิ์แล้ว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2539 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนรับโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทในฐานะผู้จัดการมรดกของนายทนงศักดิ์แล้วโอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 บุตรจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นน้องสาวของนายทนงศักดิ์ไปในวันเดียวกัน สำหรับจำเลยที่ 1 ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่ามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกตามฟ้อง

คดีเป็นอันถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายในเบื้องต้นเสียก่อนว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 354 หรือ มาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 355 เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ด้วยการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินนั้นเป็นของตนจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 352 ซึ่งเป็นบททั่วไปอีก

มีปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นน้องสาวของนายทนงศักดิ์ ทราบดีว่าโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทนงศักดิ์และมีบุตรกับนายทนงศักดิ์ 2 คน หากจำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทมาเป็นของตน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมทราบว่าโจทก์และบุตรโจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยชอบธรรมของนายทนงศักดิ์ต้องไม่ได้รับมรดกที่ดินพร้อมบ้านพิพาทดังกล่าว ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เสียค่าตอบแทนในการโอนทรัพย์มรดกพิพาทตามที่อ้าง ก็ไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 รับโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทมาโดยสุจริต

เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนจีนที่อายุมาก พูดและอ่านภาษาไทยไม่ได้ ดังเห็นได้จากการเบิกความต้องใช้ล่ามแปล ทั้งยังป่วยเป็นโรคพาร์คินสันซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงเชื่อว่าการโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทน่าจะมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ดำเนินการมากกว่า ยิ่งกว่านั้นที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างว่าได้ชำระค่าที่ดินและบ้านพิพาทเป็นเงินสดถึง 1,800,000 บาท ก็เป็นเรื่องไม่สมเหตุผลและไม่มีพยานหลักฐานใดมายืนยัน ซึ่งเมื่อพิเคราะห์ข้อพิรุธดังกล่าวประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 สมคบกับจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกของนายทนงศักดิ์พี่ชายมาเป็นของตนโดยทุจริตตามที่โจทก์นำสืบ

เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้กระทำในฐานเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลเหมือนเช่นจำเลยที่ 1 กรณีก็ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ช่วยเหลือให้จำเลยที่ 1 ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลได้จดทะเบียนโอนมรดกเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกเอง และโอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงคงลงโทษได้เพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ประกอบมาตรา 86 ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกจึงชอบแล้วและไม่ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา เพราะการสนับสนุนการกระทำความผิดมีโทษเบากว่าการกระทำความผิดของตัวการตามที่โจทก์ฟ้อง...

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ประกอบด้วยมาตรา 86 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
พิศล พิรุณ · พันวะสา บัวทอง · นวลน้อย ผลทวี
Lower court
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายธนวิทย์ ขำศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายนิรัตน์ จันทพัฒน์
Supreme Court black case no.
อ.3227/2549
Trial court black case no.
อ6902/2542
Trial court red case no.
อ5821/2545
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8651/2558

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1562 บัญญัติว่า "ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้" เช่นนี้ แม้โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทผู้มีสิ…

Supreme Court Judgment No. 18079/2555

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์มรดก ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานยักยอก แต่ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานรับของโจร เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วั…

Supreme Court Judgment No. 532/2553

จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายมีหน้าที่จัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายตามสิทธิที่จะพึงมีพึงได้ การที่จำเลยที่ 1 โอนหุ้นของผู้ตายให้แก่จำเลยที่ 2 และที่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 2940)

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองเพียงผู้เดียวผู้อื่นก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองในการยักยอกทรัพย์ได้หากได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทร…

Supreme Court Judgment No. 925/2534

คำบรรยายฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุว่าจำเลยได้กระทำผิดยักยอกในฐานผู้มีอาชีพหรือประกอบธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 354 โดยโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยเป็นพนักงา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up