Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3021/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หลังจากจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว จำเลยไม่ได้อยู่รอฟังคำสั่งแต่ได้ให้คำรับรองไว้ว่า ตนรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอก็ให้ถือว่าทราบแล้ว ศาลชั้นต้นได้เกษียนสั่งในคำให้การของจำเลยในวันเดียวกันนั้นเองให้รับคำให้การจำเลยสำเนาให้โจทก์นัดพร้อมตัวความและสืบพยานโจทก์ ฯลฯ แม้เจ้าหน้าที่ศาลได้กำหนดวันสืบพยานโจทก์โดยไม่มีลายมือชื่อฝ่ายจำเลยทราบวันสืบพยานโจทก์ในบัญชีนัดพิจารณาคดีของศาลก็ตาม แต่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศาลที่กำหนดวันสืบพยานโจทก์นั้น ถือว่าได้กระทำหรือปฏิบัติภายใต้การกำกับดูแลหรือตามคำสั่งศาล คดีจึงถือว่าจำเลยทราบคำสั่งศาลในวันที่จำเลยยื่นคำให้การ ที่จำเลยอ้างว่าป่วยไม่ได้มาศาลก่อนที่จำเลยทราบก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังที่จำเลยทราบคำสั่งแล้ว และถือว่าจำเลยไม่มาศาลในวันสืบพยานโจทก์เป็นการจงใจขาดนัดพิจารณา ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 จะต้องกล่าวในคำขอให้พิจารณาใหม่โดยชัดแจ้งให้เห็นว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร คำขอให้พิจารณาใหม่ตลอดจนคำให้การของจำเลยไม่ได้กล่าวว่าโจทก์ได้รู้ความจริงว่า เช็คตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ตามเช็ค หรือโจทก์รับโอนเช็คด้วยการคบคิดกับผู้ที่รับเช็คไว้จากจำเลยเพื่อฉ้อฉลจำเลย ไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งว่าขณะที่โจทก์รับมอบเช็คนั้นไว้ โจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจและมีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็คนั้น คดีจึงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบหรือรับเช็คนั้นไว้โดยสุจริต จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น แม้จะพิจารณาใหม่ จำเลยก็ไม่อาจชนะคดีได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายจำนวนเงิน ๒๘,๑๕๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้มีชื่อเพื่อเป็นประกันการสั่งซื้อสินค้า ผู้มีชื่อไม่ส่งสินค้าให้จำเลย จำเลยจึงแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และสั่งให้ธนาคารอายัดเช็คนั้นซึ่งโจทก์ก็ทราบโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ไม่มีสิทธินำเช็คมาฟ้องจำเลยฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง ศาลจึงสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว โจทก์นำพยานเข้าสืบแล้ว แถลงหมดพยาน ศาลชั้นต้นได้ทำคำพิพากษาในวันเดียวกันนั้นโดยพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓๐,๑๒๕ บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวน ๒๘,๑๕๔ บาท ฯลฯ

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดพิจารณาแต่จำเลยไม่มีทางชนะคดี พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๕๐๐ บาทแทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว จำเลยไม่ได้อยู่รอฟังคำสั่ง ศาลชั้นต้นเกษียณสั่งในคำให้การของจำเลยในวันเดียวกับที่จำเลยยื่นคำให้การว่า "รับเป็นคำให้การจำเลยสำเนาให้โจทก์ คดีไม่มีข้อยุ่งยาก ไม่จำต้องชี้สองสถาน นัดพร้อมตัวความและสืบพนายโจทก์ หมายแจ้งวันนัดให้โจทก์ทราบ ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด เว้นแต่ทราบนัดแล้วก็ให้งดออกหมาย" และคำให้การจำเลยในหน้าแรกตอนล่างมีข้อความว่า "ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว" แม้เจ้าหน้าที่ศาลได้กำหนดวันสืบพยานโจทก์โดยไม่มีลายมือชื่อฝ่ายจำเลยทราบวันสืบพยานโจทก์ในบัญชีนัดพิจารณาคดีของศาลก็ตาม แต่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศาลที่กำหนดวันสืบพยานโจทก์นั้นถือว่าได้กระทำหรือปฏิบัติภายใต้การกำกับดูแลหรือตามคำสั่งศาล

จำเลยได้ให้คำรับรองว่า ตนรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอก็ให้ถือว่าทราบแล้วซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าวในวันที่จำเลยยื่นคำให้การนั้นเอง คดีจึงถือว่าจำเลยทราบคำสั่งศาลในวันที่จำเลยยื่นคำให้การ ที่จำเลยอ้างว่าป่วยไม่ได้มาศาลก่อนที่จำเลยทราบ ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังที่จำเลยทราบคำสั่งศาลแล้วและถือว่าจำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ เป็นการจงใจขาดนัดพิจารณา สำหรับข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ จะต้องกล่าวในคำขอให้พิจารณาใหม่โดยชัดแจ้งให้เห็นว่าตนอาจชนะคดีได้อย่างไร คำขอให้พิจารณาใหม่ตลอดจนคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยไม่ได้กล่าวว่าโจทก์ได้รู้ความจริงว่าเช็คตามฟ้องไม่มีมูลตามเช็ค หรือโจทก์รับโอนเช็คด้วยการคบคิดกับผู้ที่รับเช็คไว้จากจำเลยเพื่อฉ้อฉลจำเลย

ไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งว่าขณะที่โจทก์รับมอบเช็คนั้นไว้ โจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจและมีคำสั่งห้ามธนาคารจ่ายเงินตามเช็คนั้น จึงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คนั้นโดยชอบ หรือรับเช็คนั้นไว้โดยสุจริต จำเลยผู้สั่งจ่ายเช็คย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น ดังนั้นแม้จะพิจารณาใหม่ จำเลยก็ไม่อาจชนะคดีได้

Result

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๖๐๐ บาทแทนโจทก์

Matter details

Panel of judges
เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
Lower court
ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายธนสิทธิ นิลกำแหง
ศาลอุทธรณ์ - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2784/2548

โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คชำระเงินตามเช็คซึ่งเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยผู้ถูกฟ้องในมูลเช็คหาอาจต่อสู้โจทก์ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่…

Supreme Court Judgment No. 2752/2536

การที่โจทก์มิได้ระบุชื่อผู้โอนเช็คพิพาทมาให้ทราบในการฟ้องนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร หาเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยไม่ การที่โจทก์รับซื้อเช็คพิพาทมาโดยมิได้ให้ผู้โอนสลักหลังเช็คพิพาทนั้นก็เ…

Supreme Court Judgment No. 4279/2536

การโอนเช็คด้วยการคบคิดกันฉ้อฉลที่จะเป็นเหตุให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 จะต้องเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลขณะที่ผู้ทรงรับโอนเ…

Supreme Court Judgment No. 1839/2534

เช็คพิพาทเป็นเช็คผู้ถือ โจทก์รับเช็คมาย่อมเป็นผู้ทรงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดตามเช็คได้ จำเลยไม่อาจต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอ…

Supreme Court Judgment No. 908/2534

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยออกเช็คค้ำประกันหนี้เงินยืมจากบริษัท ส. จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง มิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คโดยคบคิดกับบริษัท ส. ฉ้อฉลจำเล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up