คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท จำเลยบุกรุกเข้าแย่งการครอบครอง ขอให้ขับไล่
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยและจำเลยครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีแพ่งเรื่องก่อนปรากฏว่า จำเลยทั้งสองนำชี้ที่ดินซึ่งอ้างว่าครอบครองเป็นเจ้าของล้ำเข้าไปในที่พิพาทคดีนี้บางส่วน ปรากฏตามที่ดินหมายเลข ๒ ในแผนที่พิพาทคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๕๘/๒๕๒๑ แต่โจทก์นำชี้ว่าที่ดินหมายเลข ๒ นั้นเป็นของโจทก์ทั้งแปลง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาทเฉพาะด้านตะวันออก ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทส่วนของโจทก์ดังกล่าว ดังนั้น การที่จำเลยทั้งสองครอบครองที่พิพาทในระหว่างคดีเรื่องก่อนตลอดมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีจนถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๓ อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา จึงเป็นการครอบครองที่พิพาทในระหว่างที่โจทก์กล่าวอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์
ทั้งจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทเพื่อตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๖๗ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทได้ตามมาตรา ๑๓๗๕
Result
พิพากษายืน