คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าประเภทน้ำมันไปจากโจทก์เป็นราคารวม 51,851 บาท ถึงกำหนดชำระหนี้แล้วจำเลยไม่ชำระ และได้ทำหนังสือขอผัดผ่อนโจทก์ยินยอมให้จำเลยชำระหนี้ภายใน 60 วันนับแต่วันที่จำเลยทำหนังสือขอผัดผ่อน แต่จำเลยก็ยังไม่ชำระจึงขอให้ศาลพิพากษาและบังคับจำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ และต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยมีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.2 ถึงโจทก์แล้ว โจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่จำเลยอีก 90 วัน ไม่ใช่ 60 วันดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย การนับอายุความขึ้นใหม่จึงต้องเริ่มนับหลังจากวันที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว 90 วัน
คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ จำเลยแก้ฎีกาว่า อายุความควรจะเริ่มนับใหม่จากวันที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ คือวันที่ 18 เมษายน 2521 ไม่ใช่วันที่โจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้ผ่อนระยะเวลาให้จำเลยไปอีก 60 วันหรือ 90 วัน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้จึงมีแต่เพียงว่า เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามหนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.2 นั้นสุดสิ้นลงเมื่อใด ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ตามเอกสารหมาย จ.2 มีข้อความว่า "ผมขอความกรุณาเรื่องหนี้สินที่ค้างอยู่ด้วย ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามดิ้นรนหาชดใช้อาจารย์อยู่ ขอให้อาจารย์กรุณาให้เวลาผมบ้าง หวังว่าคงได้รับความกรุณาอีกสักครั้ง" เห็นว่าตามเอกสารดังกล่าวเป็นแต่เพียงจำเลยขอผ่อนเวลาชำระหนี้โดยมิได้ระบุว่าจะใช้ให้อย่างไร
เมื่อใด เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงจึงสุดสิ้นลงในวันที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้นั่นเอง การที่โจทก์ย่อมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่จำเลยด้วยวาจา จะเป็นเวลา 60 วันหรือ 90 วันก็ตาม หาใช่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสุดสิ้นลงตามกำหนดเวลานั้นไม่ ดังนี้อายุความจึงต้องเริ่มนับใหม่นับแต่เวลาที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้คือวันที่ 18 เมษายน 2521โดยเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158จึงครบกำหนดครบปีในวันที่ 18 เมษายน 2521 การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่19 มิถุนายน 2521 ซึ่งเกินกำหนดเวลาสองปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1)
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ