Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8294/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อจำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์แล้วได้เบิกเงินเกินบัญชีจนครบกำหนดสัญญาโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเงินเข้าหักทอนบัญชีกับโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้คำนวณดอกเบี้ยเรื่อยมา แสดงว่ามิได้มีการเดินสะพัดและหักทอนบัญชีกันอีกเลย การที่จำเลยที่ 1 นำเงินเข้าบัญชีหลายครั้งภายหลังจากครบกำหนดเวลาตามสัญญา ก็เป็นการนำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้เท่านั้นหาได้มีเจตนาจะเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์ต่อไปไม่ ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ประสงค์จะต่ออายุสัญญากันอีกต่อไป สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอันเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ตกลงกำหนดไว้ในสัญญาตามที่โจทก์กับจำเลยที่ 1ได้แสดงเจตนากันไว้เช่นนั้นในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีหาใช่เลิกกันนับแต่วันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาในวันที่ 6มีนาคม 2534 อายุความในคดีนี้จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 11ธันวาคม 2520 อันเป็นวันหลังจากครบกำหนดตามสัญญากู้เงินเกินบัญชี แม้ว่าการที่จำเลยที่ 1 นำเงินเข้าบัญชีครั้งสุดท้ายในวันที่ 15 ธันวาคม 2523 จะเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 เดิม(มาตรา 193/14(1) ที่แก้ไขใหม่) อันมีผลให้ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้น ย่อมไม่นับเข้าในอายุความ ตามมาตรา 181วรรคแรก เดิม (มาตรา 193/15 วรรคแรก ที่แก้ไขใหม่) และต้องเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2523 ตามมาตรา 181 วรรคสอง เดิม (มาตรา 193/15 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่) เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2535ซึ่งเกินกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่เริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ดังกล่าว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2520 จำเลยที่ 1ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์สาขาตราด เป็นเงิน 20,000บาท ตกลงเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2520 และตกลงว่าหากจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ส่งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ยินยอมให้โจทก์นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นเงินต้นได้ จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้กับโจทก์โดยตกลงว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยที่ 2 จะชำระหนี้ให้จนครบถ้วน ต่อมาโจทก์ได้หักทอนบัญชีของจำเลยที่ 1 ปรากฎว่าวันที่ 28 มกราคม 2534 จำเลยที่ 1 เป็นลูกหนี้โจทก์ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 82,388.43 บาท โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและทวงถามจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย

ยอดหนี้คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน99,776.92 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 99,776.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ต้องชำระหนี้ตามสัญญาให้แก่โจทก์หมดสิ้นภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2520 สิทธิเรียกร้องของโจทก์เริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2535 ซึ่งเกินกว่า 10 ปีแล้วคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์83,494.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่7 มีนาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาอ้างเหตุคดีโจทก์ขาดอายุความว่า สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เลิกกันเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2520ซึ่งเป็นวันครบกำหนดให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้นเมื่อสัญญาครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 1 ได้นำเงินเข้าบัญชีหลายครั้งเป็นการชำระหนี้ตามปกติเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีหรือเดินสะพัดทางบัญชีอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าสัญญากู้เงินเกินบัญชีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1เลิกกันเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2534 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาจึงไม่ถูกต้อง เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์แล้วได้เบิกเงินเกินบัญชีจนครบกำหนดสัญญาโดยไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเงินเข้าหักทอนบัญชีกับโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้คำนวณดอกเบี้ยเรื่อยมาแสดงว่ามิได้มีการเดินสะพัดและหักทอนบัญชีกันอีกเลย

ส่วนการที่จำเลยที่ 1 นำเงินเข้าบัญชีรวมจำนวน 15,500 บาทเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2522 วันที่ 18 สิงหาคม วันที่ 2ตุลาคม และวันที่ 15 ธันวาคม 2523 ภายหลังจากครบกำหนดเวลาตามสัญญาแล้ว ก็เห็นเจตนาของจำเลยที่ 1 ได้ว่าเป็นการนำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้เท่านั้น หาได้มีเจตนาจะเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์ต่อไปไม่ ดังนั้นจึงถือได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ 1ไม่ประสงค์จะต่ออายุสัญญากันอีกต่อไป สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอันเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ตกลงกำหนดไว้ในสัญญาตามที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้แสดงเจตนาไว้เช่นนั้นในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี หาใช่สัญญาเลิกกันนับแต่วันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาในวันที่ 6 มีนาคม 2534 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา

อายุความในคดีนี้จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 11ธันวาคม 2520 อันเป็นวันหลังจากครบกำหนดตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และแม้ว่าการที่จำเลยที่ 1 นำเงินเข้าบัญชีครั้งสุดท้ายในวันที่ 15 ธันวาคม 2523 จะเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 เดิม(มาตรา 193/14 (1) ที่แก้ไขใหม่) อันมีผลให้ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้น ย่อมไม่นับเข้าในอายุความตามมาตรา 181วรรคแรก เดิม (มาตรา 193/15 วรรคแรกที่แก้ไขใหม่) ก็ตามแต่ตามมาตรา 181 วรรคสอง (มาตรา 193/15 วรรคสองที่แก้ไขใหม่)ก็บัญญัติว่า เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดเวลาใด ก็ให้เริ่มนับอายุความขึ้นใหม่แต่เวลานั้นสืบไป กล่าวคือต้องเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 15ธันวาคม 2523 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์2535 ซึ่งเกินกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่เริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ดังกล่าว คดีโจทก์จึงขาดอายุความพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 914/2538

โจทก์มีวัตถุประสงค์ให้บริการสินเชื่อแก่บุคคลทั่วไปในรูปของบัตรเครดิตโดยโจทก์ออกบัตรให้แก่สมาชิกแล้วสมาชิกสามารถนำบัตรไปซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ตกลงรับบัตรโดยสมาชิกไม่ต้องชำระราคาสินค้าเป็นเงินสดโจทก์เป…

Supreme Court Judgment No. 7137/2538

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่1ชำระเงินครั้งสุดท้ายให้โจทก์เมื่อวันที่11กรกฎาคม2526ถือว่าจำเลยที่1รับสภาพหนี้ต่อโจทก์เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงแล้ววินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความโจทก์ไม่ได้อุทธร…

Supreme Court Judgment No. 7034/2538

โจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยได้ชำระค่าเสียหายแก่บุคคลผู้ต้องเสียหายแล้วฟ้องจำเลยให้รับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา887เป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาประกั…

Supreme Court Judgment No. 2058/2549

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2519 ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2521 จำเลยได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน อันเป็นการชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วน ถือ…

Supreme Court Judgment No. 3551/2541

ส. เป็นกรรมการผู้จัดการโจทก์ และมีอำนาจที่จะมอบอำนาจให้พนักงานของธนาคารโจทก์กระทำการใด ๆตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับธนาคารโจทก์ ส. ได้มอบอำนาจให้ ป. รองผู้จัดการมีอำนาจกระทำการบอกกล่าว ทวงถามเรียกเก็บหนี้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up