Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3091/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 5 มิได้มีเจตนาร่วมลักทรัพย์ แต่ขับรถยนต์กระบะเข้ามาจอดตรงบริเวณที่มีลูกปาล์มซึ่งจำเลยอื่นได้ลักตัดจากต้นปาล์มของผู้เสียหายนำมากองไว้ โดยจำเลยที่ 5 ได้นัดหมายกับจำเลยอื่นไว้ก่อนแล้วว่าจะมาขนลูกปาล์มไปหลังจากจำเลยอื่นลักทรัพย์เสร็จสิ้นแล้วนั้น เท่ากับว่าจำเลยที่ 5 ได้ตกลงช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยอื่นกระทำความผิดไว้ตั้งแต่ก่อนกระทำความผิดแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 5เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ของจำเลยอื่น.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันลักเอาลูกปาล์มหนัก ๒,๔๔๕ กิโลกรัม ราคา ๔,๔๑๖ บาทของผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และมีอาชีพกสิกรรมไปโดยสุจริต โดยใช้รถกะบะเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและการพาทรัพย์นั้นไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๕, ๓๓๖ ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๓ คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ ส่วนของกลางอื่นให้ริบ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ชั่วคราว

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วยมาตรา ๓๓๖ ทวิ, ๘๓ จำคุกคนละ ๓ ปี จำเลยที่ ๕ มีความผิดตามมาตรา ๓๕๗ ประกอบด้วย มาตรา ๘๐ จำคุก ๒ ปี จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ รับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ คนละ ๒ ปี จำคุกจำเลยที่ ๕ มีกำหนด ๑ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง ส่วนคำขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของนั้น ไม่ปรากฏว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ใดและเจ้าของมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดอย่างไร จึงให้ยกเสีย จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๕ วรรคสอง (ที่ถูกวรรคสาม) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๑ จำคุกคนละ ๒ ปี คำเบิกความของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๑ ปี ๔ เดือน ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๕ คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ ของกลางอื่นคงให้ริบ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๕ มีความผิดฐานพยายามรับของโจรหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า ในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ ๕ ได้ขับรถยนต์กระบะของกลางเข้ามาจอดในที่เกิดเหตุ บริเวณที่มีลูกปาล์มซึ่งจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ได้ลักตัดจากต้นปาล์มของผู้เสียหายนำมากองไว้ จึงถูกตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีนี้ โจทก์มีสิบตำรวจโทสมชาติ โยธา สิบตำรวจเอกไพโรจน์ แก้วช่วย และร้อยตำรวจตรีจรูญ คงธรรม ซึ่งร่วมจับกุมจำเลยที่ ๕ ด้วย เป็นพยานต่างเบิกความตรงกันว่า จำเลยที่ ๕ รับสารภาพในชั้นจับกุม ได้ทำบันทึกการจับกุมไว้ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๗ เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๕ ขับรถยนต์กระบะซึ่งเป็นรถสำหรับบรรทุกของเข้ามาในที่เกิดเหตุในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ลักตัดเอาลูกปาล์มของผู้เสียหาย และจำเลยที่ ๕ มาจอดรถตรงบริเวณที่ลูกปาล์มซึ่งถูกตัดเอามากองไว้เช่นนั้นเป็นพฤติการณ์ที่ส่อแสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่า

จำเลยที่ ๕ กับจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ได้นัดแนะกันไว้ก่อนแล้วให้จำเลยที่ ๕ มาขนเอาลูกปาล์มเหล่านั้นไป จำเลยที่ ๕ เบิกความตอนต้นว่าขับรถเข้าไปตามหาจำเลยที่ ๔ แต่ตอนต่อมากลับเบิกความว่า เมื่อถูกจับกุมจำเลยที่ ๕ บอกตำรวจว่าเข้ามาตามหาคนงานของตนจึงเป็นพิรุธ ไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังแก้ตัวได้ เมื่อพิจารณาประกอบกับบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.๗ ซึ่งจำเลยที่ ๕ ได้ลงลายมือชื่อไว้ ปรากฏมีข้อความว่าจำเลยทุกคนซึ่งหมายรวมทั้งจำเลยที่ ๕ ให้ถ้อยคำรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๕ ขับรถยนต์กระบะของกลางมายังที่เกิดเหตุเพื่อจะบรรทุกลูกปาล์มที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ลักเอาของผู้เสียหายมา ข้อเท็จจริงไม่ได้ความชัดว่าจำเลยที่ ๕ มีเจตนาร่วมลักทรัพย์กับจำเลยอื่นโดยแบ่งหน้าที่กันทำ แต่การที่จำเลยที่ ๕ ได้นัดหมายกับจำเลยอื่นไว้ก่อนแล้วว่า

จำเลยที่ ๕ จะมาขนลูกปาล์มไปหลังจากจำเลยอื่นลักทรัพย์เสร็จสิ้นแล้วนั้น เท่ากับว่าจำเลยที่ ๕ ได้ตกลงช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยอื่นกระทำความผิดไว้ตั้งแต่ก่อนกระทำความผิดแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ ๕ เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำฐานลักทรัพย์ของจำเลยอื่น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๕ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และแม้ฎีกาโจทก์จะมิได้ขอให้ลงโทษในความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจลงโทษตามบทมาตราที่ถูกต้องได้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ ลงโทษจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๕ รับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ เดือน ๒๐ วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
Lower court
ศาลจังหวัดกระบี่ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน
ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย บุญธินันท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8192/2561

แม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับพวกวางแผนที่จะเข้าไปลักทรัพย์ภายในโรงงานของผู้เสียหายที่ 1 แต่ไม่ปรากฏว่ามีการวางแผนแบ่งหน้าที่รับมากระทำเป็นส่วน ๆ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 581414)

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นผู้สนับสนุนการลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม การที่ศา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 521567)

คนร้ายได้เคลื่อนย้ายกล่องกระดาษจากบริเวณที่ผู้เสียหายเก็บไว้ในโกดังขึ้นรถบรรทุกหกล้อ แต่รถบรรทุกหกล้อยังอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายซึ่งมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลอยู่ด้วย ทั้งพนักงานรักษาความปลอดภั…

Supreme Court Judgment No. 12873/2553

จำเลยทั้งสองและ ฉ. เป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองร้อย กองบังคับการ กรมทหารช่างที่ 21 ค่ายภาณุรังษี โดยจำเลยทั้งสามพักอยู่ชั้นที่ 2 ของอาคารกองร้อย ส่วนที่เป็นเรือนนอนของทหารใหม่ ซึ่งอยู่ติดกับห้องคลังอาวุธ ฉ.…

Supreme Court Judgment No. 7453/2550

พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์นำจำเลยที่ 2 และ ด. มาที่เกิดเหตุแล้วรออยู่ จากนั้นบุคคลทั้งสองได้ปีนกำแพงเข้าไปแล้วลักลวดทองแดงของกลางภายในบริษัทผู้เสียหายนั้น เห็นได้ว่าบริเวณที่จำเลยที่ 1 รอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up