Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3133/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น กฎหมายไม่บังคับว่าต้องขึ้นทะเบียน เพราะจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ย่อมเป็นไปตามสภาพของที่ดินนั้นเองว่าเป็นทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ที่พิพาทเป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งไม่อาจออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่พิพาทและตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 117,122 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอ (ปัจจุบันคืนนายอำเภอ) ที่จะต้องรักษาดูแลที่ดินลำน้ำอันเป็นสาธารณประโยชน์ไม่ให้ผู้ใดทำให้เสียหายหรือกีดกันเอาเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว จำเลยที่ 3 ในฐานะนายอำเภอจึงมีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ปักป้ายที่สาธารณะตลอดจนปักหลักแนวเขตที่พิพาทได้ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 420 ป.พ.พ. Section 1304 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 Section 117 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 Section 122

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 79, 80 และ 81ตำบลท่าหมื่นราม (พันชาลี) หมู่ที่ 4(2) อำเภอวังทองจังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่รวม 112 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา เมื่อวันที่19 มกราคม 2532 จำเลยที่ 3 ได้สั่งให้จำเลยที่ 2 นำป้ายมีข้อความว่า "ที่สาธารณะ (หนองลาด)" จำนวน 2 ป้ายไปปักรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเนื้อที่ดินทั้งหมด และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2532 จำเลยที่ 3 และที่ 4ได้สั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกอีกหลายคนนำหลักไม้จำนวนประมาณ10-15 หลักไปปักเป็นแนวเขตแสดงที่สาธารณะรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์อีกประมาณ 3 ใน 4 ของเนื้อที่ดินทั้งหมด

การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันถอนป้ายและหลักไม้แนวเขตที่สาธารณะออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินตาม น.ส.3 ของโจทก์ทั้งสามแปลงเป็นที่ดินหนองน้ำสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว จำเลยที่ 1 กับพวกได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 3และที่ 4 ให้นำหลักไม้ไปปักแสดงเขตที่สาธารณะไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ การปักป้ายนั้นมีการสอบสวนและพิสูจน์ว่าเป็นหนองน้ำสาธารณะจริง จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ออก น.ส.3 โดยไม่ชอบขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การรวมกันมาว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหนองลาดโดยถูกต้องตามกฎหมายจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้ทำการปักหลักแนวเขตแสดงที่สาธารณะรอบบริเวณหนองลาดจริงและเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่

ไม่เป็นการละเมิดบุกรุกที่ดินของโจทก์ เนื่องจากหนองลาดเป็นหนองน้ำสาธารณะอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตลอด การที่โจทก์นำที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปออกน.ส.3 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันถอนป้ายและหลักไม้แนวเขตที่สาธารณะออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นหนองน้ำสาธารณะชื่อหนองลาดที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วและการเป็นหนองน้ำสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้นกฎหมายไม่บังคับว่าต้องขึ้นทะเบียน เพราะจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่

ย่อมเป็นไปตามสภาพของที่นั้นเองว่าเป็นทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่เมื่อปรากฏว่าที่พิพาทเป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งประชาชนใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ จับปลาและใช้น้ำร่วมกัน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ขณะที่โจทก์เข้ายึดถือครอบครองที่พิพาทก็ไม่ปรากฏว่ามีการถอนสภาพหนองน้ำสาธารณะดังกล่าว แม้โจทก์จะมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ก็ตามแต่ที่พิพาทก็เป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งไม่อาจออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินได้ โจทก์จึงไม่ได้สิทธิครอบครองที่พิพาทและตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 117, 122 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะต้องรักษาดูแลที่ดินลำน้ำอันเป็นสาธารณประโยชน์

ไม่ให้ผู้ใดทำให้เสียหายหรือกีดกันเอาเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว จำเลยที่ 3 ในฐานะนายอำเภอจึงมีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ปักป้ายที่สาธารณะตลอดจนปักหลักแนวเขตที่พิพาทได้ การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสี่ถอนป้ายและหลักไม้แสดงแนวเขตที่สาธารณะออกไปจากที่พิพาทได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษาให้ตามคำขอของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 938/2481

ลำรางในที่ดินของเอกชน+เจ้าของที่ดินได้ปล่อยให้เรือเดินไปมากว่า 10 ปี แต่ไม่ปรากฎว่าเจ้าของที่ดินได้เวนคืนหรือสละกรรมสิทธิ์โดยการยกให้อย่างไรแล้ว ไม่ทำให้ลำรางนั้นกลายเป็นที่สาธารณะขึ้นกรณีดังนี้เพียงแ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 699740)

เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิที่ดินมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 2 และแม้หากที่ดินพิพาทจะพ้นจากการเป็นที่ชายตลิ่งไปโดย…

Supreme Court Judgment No. 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

Supreme Court Judgment No. 5541/2545

คณะกรรมการหมู่บ้านซื้อที่ดินพิพาทเพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คณะกรรมการหมู่บ้านจึงไม่สามารถนำออกขายให้โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพา…

Supreme Court Judgment No. 1117/2544

กรุงเทพมหานครจำเลยได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งที่ดินพิพาทของโจทก์ เพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up