Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3159/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมเกินกว่าสองแรงม้าขึ้นไปและใช้คนงานเกินกว่าเจ็ดคนเพื่อดำเนินการประกอบ โครงเหล็กหลังคาสำหรับใช้ในการก่อสร้างขึ้นภายในอาคารสถานที่ของจำเลย แม้เป็นการชั่วคราวและมิได้ทำเพื่อจำหน่าย อาคารสถานที่ดังกล่าวก็เป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 มาตรา 5 แล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ออกใบอนุญาต จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 43 และ 44 การเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน นอกจากจะต้องเป็นไปตามมาตรา 5 แล้ว ต้องเป็นการประกอบกิจการโรงงานตามกฎกระทรวงท้ายพระราชบัญญัติโรงงานด้วย.

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 5 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 8 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 12 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 43 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 44

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันตั้งโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะสำหรับใช้ในการก่อสร้าง โดยติดตั้งเครื่องจักรมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดกำลังแรงม้ารวมทั้งหมด ๑๒๕.๒๕แรงม้า ใช้คนงาน ๘ คน เพื่อควบคุมเครื่องจักรที่บ้านอันเป็นโรงงานที่จัดอยู่ในประเภทหรือชนิดของโรงงานตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๒) โดยจำเลยทั้งสองมิได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย หลังจากนั้น จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ออกใบอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๕, ๘, ๑๒, ๔๓, ๔๔ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๕ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓, ๔ กฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๒) เรื่องกำหนดประเภทและชนิดโรงงาน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ให้จำเลยทั้งสองหยุดประกอบกิจการโรงงานและรื้อถอนเครื่องจักรดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ มาตรา ๕, ๘, ๑๒, ๔๓, ๔๔ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๕ พระราชบัญญัติโรงงาน(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓, ๔ กฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๒) เรื่อง กำหนดประเภทและชนิดโรงงาน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ฐานตั้งโรงงานไม่รับอนุญาต ปรับคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฐานประกอบกิจการโรงงานไม่รับอนุญาต ปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมปรับคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จำเลยทั้งสองหยุดประกอบกิจการโรงงานจนกว่าจะได้รับอนุญาต คำขออื่นให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองได้ตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน อันเป็นความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าการประกอบโครงเหล็กหลังคาเป็นการชั่วคราว ไม่มีวัตถุประสงค์ตั้งโรงงานเพื่อผลิตโครงสร้างอาคาร จึงถือว่าจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาตั้งโรงงานหรือประกอบกิจการโรงงานนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองได้ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมเกินกว่าสองแรงม้าขึ้นไปและใช้คนงานเกินกว่าเจ็ดคน แม้ดำเนินการในอาคารสถานที่ของบริษัทสี่พระยาวัตถุโบราณและเฟอร์นิเจอร์ จำกัด ซึ่งจำเลยที่ ๒เป็นกรรมการผู้จัดการอยู่ด้วย ก็ต้องถือว่าอาคารสถานที่ดังกล่าวเป็นโรงงานตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ และเป็นโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะสำหรับใช้ในการก่อสร้างหรือติดตั้งในการทำส่วนประกอบสำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารจึงเป็นโรงงานตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑(พ.ศ. ๒๕๑๒) และบัญชีท้ายกฎกระทรวงอันดับที่ ๖๓(๒)

เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ออกใบอนุญาต จำเลยก็ต้องมีความผิดตามฟ้องโจทก์ ที่จำเลยอ้างว่า จำเลยไม่มีเจตนาตั้งโรงงานผลิตหรือประกอบโครงสร้างเพื่อจำหน่ายนั้นเห็นว่า ตามบทมาตรากฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีข้อจำกัดว่าต้องเพื่อเป็นการจำหน่ายจึงจะมีความผิด ที่จำเลยอ้างว่าจุดประสงค์ของพระราชบัญญัติโรงงานมิได้มุ่งหมายว่าการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังแรงม้าและจำนวนคนงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะต้องขอจดทะเบียนตั้งโรงงานตามพระราชบัญญัติดังกล่าวทั้งหมดนั้นเห็นว่า การเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน นอกจากจะต้องเป็นไปตามมาตรา ๕ แล้วต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติโรงงานด้วย

เพราะฉะนั้นการทำสวนทำไร่ ซึ่งเจ้าของสวน เจ้าของไร่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ฉุดระหัดวิดน้ำมีกำลังแรงม้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดตลอดจนการจ้างช่างมาซ่อมแซมบ้าน ซึ่งช่างต้องมีมอเตอร์ไฟฟ้าเกิน ๕ แรงม้าตามที่จำเลยอ้างมานั้น จึงไม่ต้องไปขออนุญาตตั้งโรงงานเพราะการประกอบกิจการดังกล่าว มิใช่เป็นการประกอบกิจการโรงงานตามกฎกระทรวงท้ายพระราชบัญญัติโรงงาน ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · ประชา บุญวนิช
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายพินิจ สุเสารัจ
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5166/2537

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตั้งโรงงาน ประกอบกิจการโรงงานและรับเด็กอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่ถึงสิบห้าปีบริบูรณ์เข้าทำงานในโรงงานดังกล่าวโดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 ดังนี้ แม้ขณ…

Supreme Court Judgment No. 3981/2534

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,360 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยทั้งเก้า ความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ยืนตามศ…

Supreme Court Judgment No. 4112/2535

จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลย่อมกระทำการเองไม่ได้ความประสงค์หรือวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ย่อมแสดงออกโดย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และเป็นผู้แทน ของจำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ก…

Supreme Court Judgment No. 486/2546

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 12 และมาตรา 13 กำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานหรือประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ผู้ประกอบกิจการโรงงานจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อ…

Supreme Court Judgment No. 2175/2517

เครื่องจักรเลื่อยวงเดือน เครื่องจักรเลื่อยสายพานเครื่องจักรใช้เจาะไม้และเครื่องจักรไสไม้ ซึ่งจำเลยใช้ในการตั้งโรงงานแปรรูปไม้สัก ไม้ยาง โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดฐานตั้งโรงงานแป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up