คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒, ๒๗๔, ๒๗๕, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๔๕
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าที่กางเกงยีนส์ยี่ห้อลีวายของบริษัทลีวาย สเตราส์ส แอนด์โก เลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ ๑ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๔ และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๔๕ หรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทลีวาย สเตราส์ส แอนด์โก ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นรูปเส้นโค้งคู่สองชั้นซึ่งมีปลายของเส้นโค้งคู่ชนกันและมีแถบผ้าสีเล็ก ๆ ติดที่ขอบกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์ ไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนโจทก์ที่ ๑ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย และบริษัทลีวาย สเตราส์ส แอนด์โกได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวก่อนโจทก์ที่ ๑ เป็นเวลานาน
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เครื่องหมายการค้าที่จะถือได้ว่า เลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น จะต้องเป็นเครื่องหมายการค้าที่เกิดขึ้นหรือใช้ภายหลังเครื่องหมายการค้าที่ถูกลอกเลียนนั้น เครื่องหมายการค้าที่เกิดขึ้นหรือได้ใช้มาก่อนย่อมไม่อาจเลียนเครื่องหมายการค้าที่เกิดหรือใช้ในภายหลังได้ เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าตามฟ้อง บริษัทลีวาย สเตราส์ส แอนด์โก ได้จดทะเบียนไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนโจทก์ที่ ๑ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย และบริษัทลีวาย สเตราส์ส แอนด์โก ได้ใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวก่อนโจทก์ที่ ๑ เป็นเวลานาน จึงถือไม่ได้ว่าเครื่องหมายการค้าตามฟ้องของบริษัทลีวาย สเตราส์ส
แอนด์โกเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นตัวแทนในการผลิตและจำหน่ายกางเกงยีนส์ที่มีเครื่องหมายการค้าของบริษัทดังกล่าว จำเลยก็ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๔ และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๙ และอีกประการหนึ่งความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้ามาตราดังกล่าวได้บัญญัติเป็นความผิดไว้โดยเฉพาะเนื่องจากทางราชการมีความมุ่งหมายจะควบคุมเครื่องหมายการค้า เป็นความผิดต่อรัฐ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดนี้
Result
พิพากษายืน