Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3366/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ขณะที่ ล. พนักงานทำความสะอาดภายในเครื่องบินจัดกระเป๋าหลังเก้าอี้ที่นั่งผู้โดยสารพบเครื่องเล่นซีดีที่ผู้โดยสารลืมทิ้งไว้ แต่ไม่ได้แจ้งส่งคืนตามระเบียบ แม้ถูกทวงถามก็ไม่ยอมบอกกล่าวแก่ผู้ค้นหา กลับนำเครื่องเล่นซีดีไปซุกซ่อนไว้ในถุงเก็บขยะที่ตนเป็นผู้ครอบครองดูแลอยู่ พฤติการณ์เช่นนี้เป็นการไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่โดยมีเจตนาจะนำเครื่องเล่นซีดีดังกล่าวเก็บซุกซ่อนแล้วนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตนต่อไป การกระทำของ ล. จึงเป็นการกระทำทุจริตต่อหน้าที่อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษถึงขั้นไล่ออก การที่โจทก์เลิกจ้าง ล. จึงมิใช่การกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 37 โจทก์มีอำนาจเลิกจ้าง ล. ได้ตามมาตรา 37 (1) แห่ง พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ คดีนี้ศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่ 5/2546 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2546 และให้โจทก์เลิกจ้าง ล. ตามที่โจทก์ได้มีคำสั่งเลิกจ้างไว้แล้ว ผลแห่งคดีคือโจทก์ชนะคดีนี้ เพราะฉะนั้นข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า ตามคำร้องของ ล. ที่ยื่นต่อจำเลยทั้งสิบห้านั้นไม่เข้าข่ายมาตรา 37 และ ล. ไม่ใช่สมาชิกของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง ล. จึงไม่ใช่ผู้เสียหายอันจะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์จำเลยได้ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ย่อมไม่มีอำนาจรับคำร้องของ ล. ไว้พิจารณา ถึงแม้จะวินิจฉัยไปก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 Section 37

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่ 5/2546 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2546

จำเลยทั้งสิบห้าให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่ 5/2546 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2546 ให้โจทก์เลิกจ้างนายเลิศ ทวิชัย ตามที่โจทก์ได้มีคำสั่งเลิกจ้างไว้แล้วได้

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทบริษัทมหาชน จำกัด และมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 8 ที่ 10 ถึงที่ 15 เป็นคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ในขณะมีคำสั่งคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่ 5/2546 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2546 มีจำเลยที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 9 ปฏิบัติหน้าที่แทนจำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 ตามลำดับ นายเลิศ ทวิชัย เป็นลูกจ้างโจทก์ ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2540 ทำงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดภายในเครื่องบินมีหน้าที่จัดหลังกระเป๋าเก้าอี้ผู้โดยสาร ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 7,100 บาท และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2540 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2546 โจทก์และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยได้ทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2545 ผู้โดยสารลืมเครื่องเล่นซีดีชนิดพกพาไว้ที่กระเป๋าหลังเก้าอี้ผู้โดยสารบนเครื่องบินเที่ยวบินทีจี 645 หน้าที่นั่งหมายเลข 65 บี นายเลิศเป็นผู้รับผิดชอบทำความสะอาด นายไพรัช ควรชม เป็นหัวหน้างาน ขณะทำความสะอาด มีนายธนวัฒน์ อภัยวงศ์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และนางสาวสมปรีดา วงศ์เที่ยง พนักงานต้อนรับภาคพื้นดินขึ้นไปหาเครื่องเล่นซีดีตามที่นั่งผู้โดยสารแต่ไม่พบเนื่องจากทำความสะอาดบริเวณนั้นเสร็จแล้ว จึงให้นายเลิศค้นหาในถุงเก็บขยะ พบเครื่องเล่นซีดีจึงนำส่งคืนผู้โดยสาร ต่อมามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยของนายเลิศตามระเบียบของโจทก์ และมีคำสั่งพักงานนายเลิศเพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยได้พิจารณาและมีความเห็นเสียก่อน

คณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่านายเลิศได้นำเครื่องเล่นซีดีของผู้โดยสารไปซุกซ่อนไว้เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จึงเป็นความผิดในกรณีร้ายแรงตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2537 ตอน 2 ข้อ 13.2.1 คือทุจริตต่อหน้าที่ นายเลิศถูกลงโทษให้ออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2546 ต่อมาวันที่ 22 พฤษภาคม 2546 นายเลิศได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ของโจทก์ว่าไม่มีเจตนากระทำผิด เพราะผู้โดยสารได้เอาเครื่องเล่นซีดีใส่ในถุงอาเจียนซึ่งไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ นายเลิศก็ไม่ได้เปิดดูและต้องทำงานให้รวดเร็วเสร็จทันเวลา เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการอุทธรณ์โจทก์ และในวันเดียวกัน

คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ของโจทก์ได้ประชุมเกี่ยวกับการลงโทษนายเลิศแล้วเห็นว่า การสอบสวนกระทำไปโดยความไม่เป็นธรรม ไม่เห็นด้วยกับการสอบสวนของโจทก์ มีมติให้โจทก์รับนายเลิศกลับเข้าทำงาน แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ต่อมาวันที่ 11 มิถุนายน 2546 นายเลิศได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ วันที่ 6 สิงหาคม 2546 คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์จึงออกคำสั่งที่ 5/2546 ว่า การกระทำของนายเลิศเป็นเพียงความประมาทเลินเล่อ ขาดความระมัดระวัง ประวัติไม่เคยกระทำผิดมาก่อน ไม่ควรได้รับโทษถึงให้ออก ให้รับนายเลิศกลับเข้าทำงานตามเดิม โจทก์จึงมาฟ้องเพิกถอนมติของจำเลยทั้งสิบห้าเป็นคดีนี้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่านายเลิศก็เป็นผู้เสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างของโจทก์จึงมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เพื่อให้วินิจฉัยได้ และวินิจฉัยต่อไปว่าขณะที่นายเลิศจัดกระเป๋าหลังเก้าอี้ที่นั่งผู้โดยสารพบเครื่องเล่นซีดีที่ผู้โดยสารลืมทิ้งไว้ แต่ไม่ได้แจ้งส่งคืนตามระเบียบแม้ถูกทวงถามก็ไม่ยอมบอกกล่าวแก่ผู้ค้นหา

กลับนำเครื่องเล่นซีดีไปซุกซ่อนไว้ในถุงเก็บขยะที่ตนเป็นผู้ครอบครองดูแลอยู่ พฤติการณ์เช่นนี้เป็นการไม่ซื่อตรงต่อหน้าที่โดยมีเจตนาจะนำเครื่องซีดีดังกล่าวเก็บซุกซ่อนแล้วนำไปเป็นประโยชน์ส่วนตนต่อไป การกระทำของนายเลิศจึงเป็นการกระทำทุจริตต่อหน้าที่อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษถึงขั้นไล่ออก การที่โจทก์เลิกจ้างนายเลิศจึงมิใช่การกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 37 โจทก์มีอำนาจเลิกจ้างนายเลิศได้ตามมาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยทั้งสิบห้าได้

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าตามคำร้องของนายเลิศที่ยื่นต่อจำเลยทั้งสิบห้านั้นไม่เข้าข่ายมาตรา 37 และนายเลิศไม่ใช่สมาชิกของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง นายเลิศจึงมิใช่ผู้เสียหายอันจะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์จำเลยได้ คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ย่อมไม่มีอำนาจรับคำร้องของนายเลิศไว้พิจารณา เห็นว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่ 5/2546 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2546 และให้โจทก์เลิกจ้างนายเลิศ ทวิชัย ตามที่โจทก์ได้มีคำสั่งเลิกจ้างไว้แล้ว ผลแห่งคดีคือโจทก์ชนะคดีนี้ เพราะฉะนั้นข้ออุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวถึงแม้วินิจฉัยไปก็ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ อรรถบลยุคล · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

Supreme Court Judgment No. 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

Supreme Court Judgment No. 14560/2558

คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ 15 กันยายน 2548 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกิจการของจำเลย ได้ลงนามในคำสั่งที่ 6/2548 เพื่อระงับการทำหน้าที่ของ…

Supreme Court Judgment No. 11269/2558

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานหาใช่เป็นคดีละเมิดอย่างเดียวไม่ เพราะโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างลูกจ้างมีข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up