Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3600/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การผลิตและการขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต กับการผลิตและการขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั้น จำเลยกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันและยาแผนโบราณเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกัน แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นบทหนัก คำฟ้องของโจทก์มุ่งประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง กับฐานผลิตและขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาอีกกระทงหนึ่ง คำฟ้องดังกล่าวมิได้แยกการกระทำเป็นการผลิตกรรมหนึ่งและเป็นการขายอีกกรรมหนึ่งดังที่โจทก์ฎีกา จึงเป็นฎีกาที่ขอให้ลงโทษจำเลยนอกเหนือไปจากคำฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 91 ป.วิ.พ. Section 192 ป.วิ.พ. Section 215 ป.วิ.พ. Section 225 พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 Section 46 พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 Section 72 พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 Section 111 พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 Section 122 ป.วิ.อ. Section 192 ป.วิ.อ. Section 216

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510มาตรา 46, 72(4), 111, 122 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 91) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยพ.ศ. 2510 มาตรา 46, 72(4), 111, 122 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31(ที่ถูกน่าจะเป็นมาตรา 91) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานผลิตยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นบทหนัก

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำเลยที่ 1ปรับ 2,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกจำเลยที่ 2 ให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องข้อหาฐานขายและข้อหาฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ข้อหาฐานขายและข้อหาฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณเป็นการชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า คำว่า "ขาย" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติยา

พ.ศ. 2510 หมายความรวมถึง จำหน่ายจ่ายแจกหรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ในการค้าและมีไว้เพื่อขาย การทีโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกับร่วมกันขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต กับร่วมกันขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั่นเอง เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้องข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกับร่วมกันขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่า การผลิตและการขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต กับการผลิตและการขายยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั้น จำเลยทั้งสองกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันและยาแผนโบราณเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียวกัน แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยแยกการกระทำเป็นการผลิตกรรมหนึ่งและเป็นการขายอีกกรรมหนึ่งนั้น เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องข้อ ก.ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตและขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต และฟ้องข้อ

ข.ระบุว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตและขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนโบราณในฟ้องข้อ ก. อันเป็นยาแผนโบราณที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เห็นได้ชัดเจนว่า คำฟ้องของโจทก์มุ่งประสงค์ให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง กับฐานร่วมกันผลิตและขายยาแผนโบราณดังกล่าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาอีกกระทงหนึ่งโดยคำฟ้องดังกล่าวมิได้แยกการกระทำเป็นการผลิตกรรมหนึ่งและเป็นการขายอีกกรรมหนึ่งดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นฎีกาที่ขอให้ศาลลงโทษจำเลยนอกเหนือไปจากคำฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1715/2545

ความผิดฐานผลิต ขาย และมีไว้เพื่อขาย ซึ่งยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานผลิต ขาย และมีไว้เพื่อขาย ซึ่งยาแผนโบราณที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาและฐานผลิต ขาย และมีไว้เพื่อขาย ซึ่งยาแผนโบราณอันเป็นยาปลอมน…

Supreme Court Judgment No. 10879/2556

แม้ผู้เสียหายเข้าไปภายในบริเวณบ้านจำเลย และ ส. เพื่อปรับความเข้าใจเรื่องที่ผู้เสียหายมีปากเสียงกับจำเลย แต่เมื่อ ส. ไล่ให้ผู้เสียหายกลับไป และจำเลยปิดประตูบ้าน จึงเป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรมของจำเลย และ…

Supreme Court Judgment No. 3864/2546

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ประกอบกิจการสถานพยาบาลไม่มีชื่อ ซึ่งจัดไว้เพื่อประกอบโรคศิลปะ โดยจำเลยกระทำเป็นปกติธุระได้รับผลประโยชน์ตอบแทนและไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายและจำเลยขายยาลูกกลอนอันเป็นยาที่มิไ…

Supreme Court Judgment No. 3804/2540

ในการผลิตยาแผนโบราณตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 นอกจากผู้ผลิตจะต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตตามมาตรา 46 วรรคหนึ่งแล้ว ยังต้องปรากฏว่ายาแผนโบราณที่จะผลิตนั้นต้องเป็นยาที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ด้วย ต…

Supreme Court Judgment No. 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up