Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3610/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันและขอแบ่งสินสมรสหลายรายการระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความแถลงตกลงกันในการแบ่งทรัพย์สินบางรายการ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดให้แบ่งทรัพย์สินที่ตกลงกันได้นั้นไปตามที่คู่ความตกลงกันส่วนรายการที่ตกลงกันไม่ได้ ศาลวินิจฉัยชี้ขาดไปตามพยานหลักฐานของคู่ความ ดังนี้ ศาลไม่อาจคืนค่าธรรมเนียมศาลให้โจทก์ได้ เพราะกรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าคดีได้เสร็จเด็ดขาดลงโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความที่จะทำให้ศาลมีอำนาจคืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแก่คู่ความที่เกี่ยวข้องได้การที่จะพิจารณาให้คู่ความใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้น เป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาล โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการดำเนินคดีของคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินแปลงพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสมีราคา 9 ล้านบาทขอให้จำเลยแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 4.5 ล้านบาท จำเลยเพียงแต่ให้การปฏิเสธว่าที่ดินแปลงพิพาทไม่ใช่สินสมรส แต่ไม่ได้โต้เถียงในเรื่องราคาที่ดินและจำนวนเงินที่โจทก์เรียกร้อง จึงต้องฟังตามคำฟ้องของโจทก์ว่าที่ดินแปลงพิพาทมีราคา 9 ล้านบาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยได้ประพฤติชั่วและทำการเป็นปรปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง ขอให้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน และให้จำเลยแบ่งสินสมรสรวม 11 รายการแก่โจทก์ครึ่งหนึ่งจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยขอปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ทั้งสิ้นทรัพย์สินอันดับ 7 ไม่ใช่สินสมรส อันดับ 8 ไม่ใช่ของจำเลย ขอให้โจทก์จดทะเบียนหย่ากับจำเลยและให้โจทก์แบ่งที่ดินอันเป็นสินสมรสให้จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์พร้อมจะแบ่งที่ดินตามฟ้องแย้งให้จำเลยระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยแถลงร่วมกันว่ายอมหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน และรับข้อเท็จจริงและตกลงกันบางประการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามฟ้องเดิมและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยแบ่งสินสมรสรวม 7 รายการให้แก่โจทก์

คำขออื่นของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับที่ดินรายการที่ 7 อันเป็นสินสมรสให้จำเลยชดใช้ราคาให้โจทก์กึ่งหนึ่งแทนการแบ่งที่ดิน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ทรัพย์สินตามฟ้องบางรายการจำเลยยอมรับว่าเป็นสินสมรส โจทก์จำเลยได้ประนีประนอมยอมความแบ่งกันชอบที่ศาลจะคืนค่าธรรมเนียมศาลให้โจทก์นั้น เห็นว่า คดีนี้มิได้เสร็จเด็ดขาดลงโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความที่จะทำให้ศาลมีอำนาจคืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด หรือแต่บางส่วนแก่คู่ความที่เกี่ยวข้อง เป็นเพียงแต่คู่ความรับข้อเท็จจริงกันบางประการ ทรัพย์สินตามฟ้องบางรายการศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปตามที่คู่ความตกลงกัน บางรายการวินิจฉัยชี้ขาดไปตามพยานหลักฐานของคู่ความ ศาลชั้นต้นไม่อาจคืนค่าธรรมเนียมศาลให้โจทก์ได้ ในข้อที่จำเลยฎีกาขอให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาล (ในศาลชั้นต้น) ฝ่ายเดียวนั้น การที่จะพิจารณาให้คู่ความใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้น เป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาล โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการดำเนิคดีของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และศาลชั้นต้นก็ได้ใช้ดุลพินิจในเรื่องนี้เหมาะสมแล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1121 ราคา 9,000,000 บาทจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธในเรื่องราคา ต้องฟังว่าที่ดินแปลงนี้ราคา 9,000,000 บาทโจทก์มีสิทธิอยู่กึ่งหนึ่ง จำเลยต้องใช้เงินให้โจทก์ 4,500,000 บาทนั้น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินแปลงนี้ซึ่งเป็นสินสมรสมีราคา 9,000,000 บาท ขอให้จำเลยแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่ง ได้ระบุจำนวนเงินที่ขอแบ่งมาด้วย จึงเป็นเรื่องที่โจทก์เรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินที่โจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยให้โจทก์มีสิทธิของโจทก์มิใช่เป็นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการละเมิด หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ ซึ่งศาลมีอำนาจกำหนดค่าเสียหายให้ตามควรแก่พฤติการณ์

ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเงินที่โจทก์เรียกร้องเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 1121 เป็นค่าเสียหาย จำเลยปฏิเสธว่าที่ดินดังกล่าวมิใช่สินสมรส โจทก์ต้องนำสืบค่าเสียหาย ถ้าโจทก์สืบไม่ได้ศาลก็ต้องคำนวณให้ตามพฤติการณ์ปกติ และฟังว่าราคาที่ดินแปลงนี้ตามพฤติการณ์ปกติเป็นเงิน 4,360,000 บาท

Result

พิพากษาให้จำเลยใช้ราคากึ่งหนึ่งเป็นเงิน 2,180,000 บาท นั้น ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 1121 ซึ่งเป็นสินสมรสราคา 9,000,000 บาท ขอให้จำเลยใช้ราคาแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยไม่ได้โต้เถียงเรื่องราคาที่ดินและจำนวนเงินที่โจทก์เรียกร้องเมื่อจำเลยไม่ได้ยกเป็นประเด็นต่อสู้ไว้เช่นนี้ จึงต้องฟังตามคำฟ้องของโจทก์ว่าที่ดินแปลงนี้ราคา 9,000,0000 บาท จำเลยจึงต้องใช้ราคาให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 4,500,000 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 1121 ให้จำเลยใช้ราคาให้โจทก์ 4,500,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ปรานอม มหรรณพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5417/2552

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ผู้ให้เช่าคืนเงินประกันค่าเสียหายจากการใช้สถานที่เช่าเนื่องจากภายหลังครบกำหนดเวลาสัญญาเช่า โจทก์ผู้เช่าได้รื้อถอนแผ่นป้ายโฆษณาและโครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายโฆษณาออกจากที่เช่าเรีย…

Supreme Court Judgment No. 363/2546

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอันเป็นเหตุให้นายจ้างต้องใช้ค่าเสียหายแก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯมาตรา 49 หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาที่เหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเ…

Supreme Court Judgment No. 4902/2545

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทตามฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวศาลต้องพิจารณาคำฟ้องและคำให้การด้วยว่า ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของรวมนั้นอ้างโดยอาศัยเห…

Supreme Court Judgment No. 4650/2545

ป.พ.พ. มาตรา 1532 กำหนดให้จัดการแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเมื่อมีการหย่าไม่ว่าจะเป็นการหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องหย่าจำเลยและขอแบ่งสินสมรสระหว่าง…

Supreme Court Judgment No. 9248/2544

โจทก์ตั้งรูปคดีโดยบรรยายฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่และขอผ่านที่ดินของจำเลยที่ล้อมที่ดินของโจทก์เพื่อเป็นทางจำเป็นออกสู่ทางสาธารณะ มิได้บรรยายฟ้องว่า ที่ดินของจำเลยตกอยู่ภายใต้ภาระจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up