Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3775/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ตามฟ้องของโจทก์มิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91 มาในคำขอท้ายฟ้อง แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และทางพิจารณาของศาลข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมจริงดังนี้ ศาลย่อมลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปได้เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มิใช่บทบัญญัติถึงการกระทำอันเป็นความผิดซึ่งโจทก์จะต้องกล่าวอ้างมาในคำขอท้ายฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)และกรณีมิใช่ศาลลงโทษจำเลยเกินคำขอตามมาตรา 192 ด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2523 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2523 ทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืนติดต่อกัน จำเลยและพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกระทำความผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรม กล่าวคือก. จำเลยและพวกโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนทั่วไปด้วย การแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยและพวกป่าวประกาศโฆษณาและเที่ยวบอกกล่าวแก่ประชาชนทั่วไปว่า จำเลยและพวกสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานยังประเทศต่าง ๆ ทางตะวันออกกลางได้มีรายได้ดีและเงินเดือนสูง หากใครประสงค์จะไปทำงานให้สมัครได้ที่จำเลยแต่ต้องเสียค่าบริการและค่านายหน้าให้แก่จำเลย เป็นเหตุให้ประชาชนเกิดความหลงเชื่อมาสมัครงานและเสียเงินให้แก่จำเลยเป็นจำนวนหลายราย

ดังนี้1. เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2523 เวลากลางวัน นายทองดี เข็มพันธ์ ได้มาสมัครทำงานและเสียเงินให้จำเลยจำนวน 25,000 บาท2. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายถนอม ศรีปัญญา ได้มาสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 25,000 บาท3. เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายเคน ทนหงษา ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 25,000 บาท4. เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายชาติ จันทรเสนา ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลย จำนวน 25,000 บาท5. เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายบุญกว้าง วงศ์สนิท ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินแก่จำเลยจำนวน 25,000 บาทแต่บุคคลตามข้อ ก.

อันดับ 2 ถึงอันดับ 5 ได้ถูกส่งไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์คนละ 12 วันก็ถูกส่งตัวกลับข. จำเลยและพวกโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนโดยทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงเช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในฟ้องข้อ ก. แต่ความจริงแล้วผู้ที่ไปทำงานจะไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากนายจ้างเลย เนื่องจากจำเลยและพวกได้รับเงินค่าจ้างและเงินเดือนจากนายจ้างที่ต่างประเทศมาใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวจนหมดแล้วทำให้ประชาชนเกิดความหลงเชื่อมาสมัครงานและเสียเงินให้แก่จำเลย ดังนี้1. เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายสุดตา จันทร์เสนา ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลย 25,000 บาท2. เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2523 เวลากลางวัน

นายภู่ พาดี ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 25,000 บาท3. เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายอุดร สนสระดู ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 25,000 บาท4. เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายเอื้อน จันทรเสนา ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลย จำนวน 25,000 บาท5. เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายสำรอง งามดี ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 25,000 บาท6. เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2523 เวลากลางวัน นายสมบูรณ์ ลาไป ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยเป็นเงิน 25,000 บาท7. เมื่อวันที่ 1, 17 และ 30 มีนาคม 2523 เวลากลางวัน นายนิคม

มัครัมย์ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 10,000 บาท, 10,000 บาทและ 5,000 บาทตามลำดับ8. เมื่อวันที่ 24 และ 28 เมษายน 2523 เวลากลางวัน และวันที่ 20 พฤษภาคม2523 เวลากลางวัน นายคำสิงห์ จันทรเสนา ได้ไปติดต่อสมัครทำงานและเสียเงินให้แก่จำเลยจำนวน 15,500 บาท 5,000 บาท และ 7,000 บาทตามลำดับจำเลยได้รับเงินไปจากผู้เสียหายทั้งหลายดังกล่าวตามข้อ ก. และข้อ ข.รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 327,500 บาท แล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อส่วนตัว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 และ 343 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายแต่ละคนตามฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 และ 83 เป็นความผิด 13 กรรม จำคุกกรรมละ 6 เดือน รวมเป็นจำคุก 6 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายแต่ละคนตามที่รับไปจำเลยอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว

Result

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมายว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมต่างกันและจะต้องถูกลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดไปหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ตามฟ้องของโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยโดยเรียงกระทงลงโทษความผิดและมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มาในคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยก็ดี แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และทางพิจารณาของศาลล่างทั้งสองต่างฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรมจริงศาลย่อมลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปได้ หาจำต้องระบุประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษจำเลยในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วยไม่ เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้ศาลลงโทษจำเลยในกรณีที่จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันจะต้องลงโทษทุกกรรม มิใช่บทบัญญัติถึงการกระทำอันเป็นความผิดซึ่งโจทก์จะต้องกล่าวอ้างมาในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) และกรณีมิใช่ศาลลงโทษจำเลยเป็นการเกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ด้วยฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล · ยรรยง อินชิพงษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 814/2532

เมื่อตาม คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏพอที่จะให้เห็นว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นแต่ละกรรมแยกตาม จำนวนผู้เสียหายนอกเหนือไปจากคำฟ้องหาได้ไม่.

Supreme Court Judgment No. 1477/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2541 ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 เวลากลางวัน วันเดือนปีใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 8 ซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 1068/2529

ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยฉ้อโกงผู้เสียหายทั้งห้าหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกันแต่ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏพอที่จะให้เห็นว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรมดังที่ได้ความตามทางพิจา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2521 (ref. 36973)

ความตามคำฟ้องโจทก์ว่า จำเลยลงลายมือชื่อบุคคลอื่นเบิกเงินจากธนาคารและสลักหลังแคชเชียร์เช็คเป็นการหลอกลวงธนาคาร ทำให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของบุคคลนั้น จำเลยกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2521 (ref. 100050)

ความตามคำฟ้องโจทก์ว่า จำเลยลงลายมือชื่อบุคคลอื่นเบิกเงินจากธนาคารและสลักหลังแคชเชียร์เช็ค เป็นการหลอกลวงธนาคาร ทำให้ธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่ออันแท้จริงของบุคคลนั้น จำเลยกระทำการทุจริตเพื่อให้ได้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up