Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 400/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาประกันภัยค้ำจุนระหว่างจำเลยที่ 3 เจ้าของรถยนต์ผู้เอาประกันภัยกับจำเลยที่ 4 บริษัทผู้รับประกันภัยมีข้อตกลงว่า"บริษัทจะถือบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง..." เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวได้นำรถยนต์ไปใช้โดยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของตนขับแล้วเกิดเหตุละเมิดขึ้น จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 3และมีฐานะเสมือนเป็นผู้เอาประกันภัยเองตามสัญญาดังกล่าว จำเลยที่ 2ในฐานะนายจ้างจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. ตามมาตรา 425และจำเลยที่ 4 ต้องรับผิดชอบตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนดังกล่าวด้วยส่วนจำเลยที่ 3 ไม่ได้ความว่าเป็นผู้ครอบครองรถขณะเกิดเหตุจึงไม่ต้องรับผิดชอบ ประเด็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการเชิด จำเลยที่ 3 ให้เป็นตัวแทนทำสัญญาประกันภัยหรือไม่ โจทก์มิได้ยกขึ้นอ้างไว้ในคำฟ้องชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ส.บ. 08801 ของโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 100,000 บาทจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ต.ก. 03863 จำเลยที่ 4 เป็นบริษัทประกันภัยได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ต.ก. 03863 ไว้จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนต.ก. 03863 ด้วยความประมาทชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ส.บ. 08801ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดระหว่างอายุสัญญาประกันภัย โจทก์ที่ 1ได้จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้กับโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 100,000 บาทและจ่ายค่ารถยกรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ส.บ. 08801 เป็นเงิน3,400 บาท โจทก์ที่ 1 จึงรับช่วงสิทธิมาฟ้องคดีนี้เป็นเงิน103,400 บาท โจทก์ที่ 2 ต้องยกซากรถดังกล่าวให้โจทก์ที่ 1 โดยได้รับค่าชดใช้ตามสัญญาประกันภัย แต่รถคันนี้มีราคา 200,000 บาทโจทก์ที่ 2 จึงได้รับความเสียหายอีก 100,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 103,400 บาท แก่โจทก์ที่ 2พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อไปนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ไม่ยื่นคำขอเพื่อให้ศาลสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ต.ก. 03863 และได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 4 ขณะเกิดเหตุรถไม่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 2 ที่ 3 เหตุเกิดเพราะความประมาทของลูกจ้างผู้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ส.บ. 08801 ของโจทก์ที่ 2 รถของโจทก์สามารถซ่อมได้ดีดังเดิมได้โดยเสียค่าซ่อมน้อยกว่าที่กล่าวในฟ้อง โจทก์ที่ 2 ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายขับรถประมาทฝ่ายเดียว ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 99,500 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่27 มีนาคม 2521 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ชำระเงินจำนวน 25,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2520 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดว่าค่าทนายความให้ 4,000 แทนโจทก์ที่ 1 และที่ 2 และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกาว่าสัญญาประกันภัยเอกสารหมาย ล.2 ที่จำเลยที่ 3 ทำขึ้นกับจำเลยที่ 4 มุ่งรับผิดต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกและมีข้อตกลงยินยอมระหว่างจำเลยที่ 3 และที่ 4อีกว่า "บริษัทจะถือบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง..." ดังนั้นจำเลยที่ 3 ซึ่งยินยอมให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 นำรถยนต์ไปใช้ในขณะเกิดเหตุจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจำเลยที่ 4 ในฐาะผู้รับประกันภัยจะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 ด้วยนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

กรณีนี้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ได้นำรถยนต์ไปใช้โดยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของตนเป็นคนขับแล้วเกิดเหตุคดีนี้จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยได้รับความยินยอมจากห้างหุ้นส่วนจำกัด สุวิทย์มอเตอร์ จำเลยที่ 3 และมีฐานะเป็นเสมือนผู้เอาประกันภัยเอง ตามข้อตกลงยินยอมระหว่างจำเลยที่ 3 ที่ 4ดังกล่าว เมื่อนายประดิษฐ์ ราชวงษ์ จำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทและทำละเมิดเกิดความเสียหายขึ้น ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 เสียแล้ว ส่วนจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในฐานะนายจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 และจำเลยที่ 4 ต้องรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยตามข้อตกลงระหว่างจำเลยที่ 2 ที่ 4 ดังได้วินิจฉัยมาแล้ว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3583/2529 ระหว่างนายสอาด

สายทอง กับพวก โจทก์ นายสมพืช เอี่ยมศรีปลั่งกับพวก จำเลย สำหรับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าของรถและเป็นผู้เอาประกันภัยนั้น ไม่ได้ความว่าเป็นผู้ครอบครองรถด้วย จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ฎีกาโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วนที่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกาว่า คดีนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการเชิดจำเลยที่ 3 ให้เป็นตัวแทนทำสัญญาประกันภัยตามเอกสารหมาย ล.2 เท่ากับจำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 4 เอง เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาทชนรถโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยทั้งสี่ให้รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1968/2523 ระหว่าง บริษัทสหยนต์แท็กซี่ จำกัด โจทก์นายโสภณ ยอดประเสริฐ กับพวก จำเลย นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นข้อนี้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 มิได้ยกขึ้นอ้างไว้ในคำฟ้องชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ไม่ได้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 2 รับผิดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ที่ 1ที่ 2 รวม 2,000 บาท ค่าทนายความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์".

Matter details

Panel of judges
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5910/2538

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันดังกล่าวในฐานะอะไรหรือมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ บ. ผู้เอาประกันภ…

Supreme Court Judgment No. 4814/2533

จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งเมาสุรานั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอันเป็นกิจการของจำเลยที่ 2แทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการ โจทก์บรรยายฟ้อ…

Supreme Court Judgment No. 3631/2528

จำเลยที่ 2 กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะ คำเบิกความของส.พยานโจทก์เบิกความไม่แน่ชัดจำเลยที่2 ไม่สามารถเข้าใจ คำฟ้องของโจทก์ได้ดีโดยจำเลยที่2 ไม่ได้โต้แย้งเลยว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่แสดงโ…

Supreme Court Judgment No. 2417/2562

แม้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของเรือ แต่บุคคลที่จะรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลจะต้องเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งหมายถึงผู้ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในข…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up