Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2501 (ref. 43828)

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้ง นั้นเพื่อความสะดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล้ว แม้ในที่สุดจำเลยจะต้องรับโทษถึง 2490 วัน ก็ย่อมทำได้การลงโทษเรียงสำนวนทั้ง 166 สำนวน พึงให้นับโทษติดต่อกันไปไม่จำต้องรวมโทษทุกสำนวนเข้าด้วยกันแล้วคิดทอนจากวันเป็นปีเดือน เพราะจะทำให้จำเลยต้องรับโทษจริงเกินกว่าโทษที่จะต้องรับโดยการนับโทษติดต่อ

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 15 ป.วิ.พ. Section 28 ป.อ. Section 22 ป.อ. Section 91 ป.อ. Section 352 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม Section 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันยักยอกเงินของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยแยกฟ้องเป็น 166 สำนวน เพราะจำเลยกระทำผิดต่างวันเวลากันจำเลยรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกสำนวนศาลแขวงนครราชสีมาพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 และ 83 ให้จำคุกจำเลยแต่ละสำนวนคนละ 1 เดือนลดกึ่งหนึ่งคงจำคุกแต่ละสำนวนคนละ 15 วัน โดยให้นับโทษติดต่อกันไปซึ่งเมื่อรวมโทษทั้ง 166 สำนวนแล้ว เป็นโทษจำคุกคนละ 6 ปี 11 เดือนให้จำเลยช่วยกันคืนหรือใช้เงินแก่เจ้าทรัพย์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ความผิดของจำเลยเป็นการกระทำต่อเนื่องกันมา จึงเป็นกรรมเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงรวมพิจารณาพิพากษาแล้วจะลงโทษจำเลยเกิน 6 เดือน ไม่ได้ และจะนับโทษเรียงแต่ละสำนวนเป็น 13 ปี 10 เดือน ก็ไม่ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า เมื่อลดโทษแล้วจะลงโทษจำคุกจำเลยไว้เพียงคนละ3 เดือน เท่านั้นศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระกัน

โจทก์ฟ้องเป็น 166 สำนวน จำเลยรับสารภาพตลอดทุกสำนวน แม้การยักยอกจะกระทำต่อเนื่องกันมา ก็หาใช่เป็นกรรมเดียวกันดังจำเลยฎีกาไม่ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาคดีรวมกันก็เพื่อความสะดวก เมื่อลดโทษแล้วเหลือจำคุกคนละ 15 วัน ต่อ 1 สำนวน ย่อมอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิพากษาได้โทษของจำเลยเมื่อรวมกันทุกสำนวนแล้วคงเป็น 2490 วัน แต่ที่ศาลล่างคิดคำนวณเป็น 6 ปี 11 เดือนโดยทอนจากวันเป็นปีเดือนนั้นทำให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยเพราะจำเลยจะต้องรับโทษจริงเกินกว่า2490 วันไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรวมโทษจำเลยทุกสำนวนแล้วคิดคำนวณเป็นปีเดือน

Result

จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยแต่ละสำนวนคนละ 15 วัน โดยให้นับโทษติดต่อกันไปเท่านั้น

Matter details

Panel of judges
สารรักษ์ประนาท · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2501 (ref. 87016)

การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้งนั้น เพื่อความสดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้ และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล…

Supreme Court Judgment No. 4527/2530

การกระทำความผิดหลายกรรม ถ้า โจทก์แยกฟ้องจำเลยแต่ละกระทงความผิด และศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีทุกสำนวนรวมกัน ก็จะลงโทษจำเลยได้ไม่เกินกำหนดตาม ป.อ. มาตรา 91 แต่เมื่อโจทก์แยกฟ้องโดยศาลมิได้สั่งให้พิจารณาคดี…

Supreme Court Judgment No. 2174/2545

คำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความที่ให้จำหน่ายชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกจากทะเบียนทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 43 ย่อมมีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 (4) ทันที แม้ผู้ถู…

Supreme Court Judgment No. 7413/2544

ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงขึ้นมาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้น เป็นที่เข้าใจได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากลับ…

Supreme Court Judgment No. 2517/2541

โทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดเวลาเพียง 3 เดือน หรือน้อยกว่าดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 ต้องถือเอาโทษจำคุกที่ศาลลง ในแต่ละกระทงความผิด จะรวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิดในคดีนั้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up