Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2505 (ref. 45360)

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

(ก) ในกรณีที่ข้าราชการทำผิดฐานละเมิดและต้องใช้ค่าเสียหาย นั้นจะถือว่ากรมหรือกระทรวงเจ้าสังกัดรู้การละเมิดและตัวผู้ต้องรับผิดตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่เบื้องต้นในกรมหรือกระทรวงเสนอความเห็นหาได้ไม่ต้องนับตั้งแต่วันที่กรมหรือกระทรวงพิจารณาเรื่องราวและความเห็นนั้นแล้ว(ข) เมื่อทรัพย์ที่ถูกยักยอกอยู่ในอำนาจของกรมซึ่งเป็นนิติบุคคลมีอำนาจฟ้องคดีได้ และกรมที่ว่านี้รู้การละเมิดและตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนวันใด ต้องเริ่มนับอายุความในวันนั้นเมื่อกรมนี้ไม่ฟ้องคดีละเมิดภายใน 1 ปี ก็ขาดอายุความและเมื่อกรมนี้อยู่ในสังกัดกระทรวงใด กระทรวงนั้นมาฟ้องคดีนี้ภายหลังครบ 1 ปี นับแต่กรมรู้เรื่องดังกล่าวก็ต้องถือว่าขาดอายุความด้วย(ค) โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ว่าร่วมละเมิดกับจำเลยที่1 แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกาเมื่อปรากฏว่าคดีขาดอายุความ ศาลฎีกาอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา245(1),247 มีอำนาจวินิจฉัยถึงจำเลยที่ 2 ด้วย(ข้อ (ข) วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2505)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน สำนวนแรก ฟ้องว่า เมื่อ 12 มกราคม 2491 ถึง 26 กุมภาพันธ์ 2492 จำเลยเป็นนายอำเภอเมืองแพร่ จงใจประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งและข้อบังคับการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินเป็นเหตุให้นายภุมมา คิดฉลาด สมุหบัญชี อำเภอเมืองแพร่ยักยอกเงินค่าแสตมป์อากร เงินช่วยบำรุงท้องที่ และเงินค่าภาษีเงินได้รวมหลายพันบาท ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2497 โจทก์ทราบการละเมิดและเพิ่งทราบว่าจำเลยทำละเมิด จึงขอให้จำเลยชดใช้เงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยต่อสู้ และว่าคดีขาดอายุความ ฟ้องเคลือบคลุมสำนวนที่ 2 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายอำเภอเมืองแพร่จำเลยที่ 2 เป็นปลัดอำเภอ จำเลยทั้งสองได้ฝ่าฝืนต่อระเบียบและคำสั่งข้อบังคับเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงินของอำเภอ

ไม่ควบคุมดูแลสมุหบัญชีให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ เป็นเหตุให้นายภุมมาคิดฉลาด ยักยอกเงินภาษีเงินได้ไปหลายหมื่นบาทต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2497 โจทก์ทราบการละเมิดและทราบว่าจำเลยทั้งสองร่วมกระทำละเมิด ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ต่อสู้ และว่าคดีขาดอายุความ ฟ้องเคลือบคลุมจำเลยที่ 2 ว่าไม่ต้องรับผิด ฟ้องขาดอายุความศาลชั้นต้นงดสืบพยาน พิพากษายกฟ้อง อ้างว่าฟ้องไม่เคลือบคลุมแต่ขาดอายุความแล้ว

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาพิพากษายกให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วฟังว่าโจทก์รู้ว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดใช้เงินตั้งแต่ 27 มกราคม 2497เป็นอย่างช้า มาฟ้องคดีเกิน 1 ปีแล้ว คดีขาดอายุความให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวนโดยไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้วินิจฉัยประเด็นอื่นด้วย แล้วพิพากษาใหม่นายพิมพ์ฎีกาทั้ง 2 สำนวนว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความศาลฎีกาเห็นว่า จะถือเอาวันที่เจ้าหน้าที่ในกรมสรรพากรเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมสรรพากรว่า อธิบดีกรมสรรพากรหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้รู้ตัวผู้จะต้องรับผิดใช้เงินรายพิพาทไม่ได้เพราะอธิบดีและรัฐมนตรีดังกล่าวยังมิได้พิจารณาเรื่องราวและความเห็นที่เจ้าหน้าที่เสนอขึ้นไป และเมื่ออธิบดีหรือรัฐมนตรีแล้วแต่กรณีซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการในนามของกรมหรือกระทรวงนั้นยังไม่ทราบก็ถือว่ากรมหรือกระทรวงทราบยังมิได้

คดีนี้ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าอธิบดีและรัฐมนตรีดังกล่าวรู้ตัวผู้จะต้องรับผิดก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2497 ซึ่งเป็นวันที่อธิบดีกรมสรรพากรเสนอบันทึกเรื่องรู้ตัวผู้จะต้องรับผิดใช้เงินต่อกระทรวงการคลัง จึงต้องถือว่าอธิบดีกรมสรรพากรทราบวันนั้น และวันที่ 3 มีนาคม 2497 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาและสั่งการในเรื่องนี้ เป็นวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรู้ตัวผู้จะต้องรับผิดชอบในวันนั้นจำเลยฎีกาว่า จะต้องนับตั้งแต่วันที่อธิบดีกรมสรรพากรรู้ตัวผู้จะต้องรับผิดด้วย เพราะกรมสรรพากรเป็นนิติบุคคลมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่พิจารณาแล้ว ได้ความว่า ทรัพย์ที่ถูกยักยอกไปเป็นทรัพย์ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากรซึ่งเป็นนิติบุคคล

มีอำนาจที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลได้ ฉะนั้น ถ้ารู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนเกิน 1 ปีแล้ว ไม่ฟ้องร้องคดีก็ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448กรมสรรพากรเป็นส่วนราชการสังกัดกระทรวงการคลัง เมื่อกระทรวงการคลังมาฟ้องภายหลังครบ 1 ปี นับแต่กรมสรรพากรรู้ดังกล่าวก็ต้องถือว่าฟ้องขาดอายุความเช่นเดียวกัน ได้วินิจฉัยแล้วว่า วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2497 กรมสรรพากรได้รู้การละเมิดและตัวผู้ต้องรับผิด คดีจึงเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2497โจทก์ฟ้องสำนวนแรกเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2498 ยังไม่ถึง 1 ปี ยังไม่ขาดอายุความส่วนสำนวนที่ 2 ฟ้องเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2498 เกิน 1 ปี ฟ้องคดีนี้จึงขาดอายุความ

ส่วนนายเสริม กันกา จำเลยที่ 2 แม้จะมิได้ฎีกา แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำละเมิดกับจำเลยที่ 1 ฉะนั้น อาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1), 247 ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยตลอดถึงจำเลยที่ 2 ด้วยพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6246/2540

โจทก์ฟ้องโดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ตาม ป.พ.พ.มาตรา 880 วรรคหนึ่ง สิทธิของโจทก์ผู้รับประกันภัยจึงมีเท่ากับสิทธิของผู้เอาประกันที่มีอยู่โดยมูลหนี้ต่อจำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2505 (ref. 89346)

(ก) ในกรณีที่ข้าราชการทำผิดฐานละเมิดและต้องใช้ค่าเสียหาย นั้นจะถือว่ากรมหรือกระทรวงเจ้าสังกัดรู้การละเมิดและตัวผู้รับผิดตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่เบื้องต้นในกรมหรือกระทรวงเสนอความเห็นหาได้ไม่ ต้องนับตั้…

Supreme Court Judgment No. 8725/2561

การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) เพราะเหตุที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ย อ้างว่าจำเลยร่วมมีส่วนประมาทเลินเล่อและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยร่วม…

Supreme Court Judgment No. 8615/2550

คดีนี้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยกล่าวหาว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ทั้งสองต่อศาล โดยประสงค์จะให้โจทก์ทั้งสองรับโทษทางอาญา ทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหายเพราถูกฟ้องคดีอาญา จึงเป็…

Supreme Court Judgment No. 1416/2541

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่ยุยงพนักงานโจทก์ให้ทำงานกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 1,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการจำหน่ายยา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up