Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4667/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามพฤติการณ์ที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ไปส่งผู้เสียหายกลับบ้านหลังจากที่จำเลยร่วมประเวณีกับผู้เสียหายแล้วระหว่างทางพบ ต. กับพวก จำเลยจึงให้ ต. ไปส่งผู้เสียหายแทนโดยอ้างว่ามีธุระ แต่ ต. กลับพาผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง โดยจำเลยไปอยู่ในที่เกิดเหตุในขณะที่ผู้เสียหายถูก ต. กับพวกข่มขืนกระทำชำเราด้วยในลักษณะที่พร้อมจะช่วยเหลือได้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเชื่อว่าเป็นแผนการที่จำเลยกับพวกร่วมกันคบคิดพาผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราในที่เกิดเหตุ แม้จำเลยจะไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในขณะนั้นด้วย การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นตัวการร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 276 และบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1722/2546 ของศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุก 15 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1722/2546 ของศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา เข้ากับโทษในคดีนี้รวมจำคุก 10 ปี 2 เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง ประกอบมาตรา 86 ให้จำคุก 10 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1722/2546 ของศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา เข้ากับโทษของจำเลยแล้ว รวมเป็นจำคุกจำเลย 6 ปี 10 เดือน โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2547 เวลาประมาณ 20 นาฬิกา นายนัฐพงษ์หรือตั้มขับรถจักรยานยนต์ไปรับนางสาวกรรณิกา ผู้เสียหายที่บ้าน ต่อมาจำเลยได้มาพบผู้เสียหายและนายนัฐพงษ์ แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปร่วมประเวณีที่บริเวณบ่อทราย หลังจากนั้นจึงขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายกลับ ระหว่างทางพบกับนายตั๊ก จำเลยให้นายตั๊กขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปส่งบ้าน แต่นายตั๊กกลับขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปที่บริเวณเพิงพักใกล้บ่อทรายที่จำเลยพาผู้เสียหายไปร่วมประเวณีในครั้งแรก หลังจากนั้นมีคนร้ายหลายคนร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และจำเลยมีว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การร่วมประเวณีระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายที่จำเลยพาผู้เสียหายไปที่บ่อทรายในครั้งแรกจะยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย แต่ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่าในขณะที่นายตั๊กกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอยู่ที่เพิงพักที่เกิดเหตุนั้น จำเลยยืนอยู่ ไม่ได้ร่วมข่มขืนด้วย แต่จำเลยไม่ได้ช่วยเหลือและไม่ได้ร้องห้ามปราม แม้ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน บริเวณที่เกิดเหตุมีแสงสว่างจากดวงจันทร์มีความสว่างไม่มากนัก แต่ผู้เสียหายและจำเลยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกันถึงขนาดมีการร่วมประเวณีกันในวันเกิดเหตุถึง 2 ครั้ง

ได้แก่ ในตอนกลางวันของวันเกิดเหตุครั้งหนึ่ง และในช่วงก่อนเกิดเหตุไม่นานนักอีกครั้งหนึ่ง ผู้เสียหายให้การถึงจำเลยว่าอยู่ในที่เกิดเหตุในขณะถูกนายตั๊กกับพวกข่มขืนด้วยในวันรุ่งขึ้นทันทีหลังเกิดเหตุ โดยผู้เสียหายไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยจึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยโดยไม่เป็นความจริง เชื่อว่าผู้เสียหายเห็นและจำจำเลยได้แน่ ดังนั้น ตามพฤติการณ์ที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ไปส่งผู้เสียหายกลับบ้านหลังจากที่จำเลยร่วมประเวณีกับผู้เสียหายแล้วระหว่างทางพบกับนายตั๊กกับพวก จำเลยจึงให้นายตั๊กไปส่งผู้เสียหายแทนโดยอ้างว่ามีธุระจะต้องทำในตอนเช้า แต่นายตั๊กกลับพาผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง โดยจำเลยไปอยู่ในที่เกิดเหตุในขณะที่ผู้เสียหายถูกนายตั๊กกับพวกข่มขืนกระทำชำเราด้วยในลักษณะที่พร้อมจะช่วยเหลือได้

การกระทำของจำเลยดังกล่าวเชื่อว่าเป็นแผนการที่จำเลยกับพวกร่วมกันคบคิดพาผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราในที่เกิดเหตุ แม้จำเลยจะไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในขณะนั้นด้วย การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นตัวการร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนให้นายตั๊กกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
สุริยง ลิ้มสถิรานันท์ · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์ · ประทีป ดุลพินิจธรรมา
Lower court
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุทัต บินรามัน
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล
Supreme Court black case no.
อ.3677/2550
Trial court black case no.
อ1465/2547
Trial court red case no.
อ2059/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7346/2557

การที่ ต. กระชากมือดึงผู้เสียหายเข้าไปในห้องทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เมื่อ ต. ออกจากห้อง จำเลยก็เข้าไปในห้องทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อ และเมื่อจำเลยออกจากห้อง ต. กับ ป. พวกของจำเลยก็พาก…

Supreme Court Judgment No. 11059/2554

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันพา ก. ผู้เยาว์อายุ 16 ปีเศษยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจาก ข. ผู้เป็นบิดาเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวงหรือใช้วิธีการข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด สำหรับองค์ประกอบค…

Supreme Court Judgment No. 5772/2549

จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ร่วมกันบังคับขู่เข็ญนำตัวผู้เสียหายกับเพื่อนจากห้องพักที่อยู่อาศัยไปยังสถานที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยวลับตาคนแล้วผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องก…

Supreme Court Judgment No. 8917/2546

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดผู้เสียหายพาขึ้นรถยนต์ตู้ไปยังต่างจังหวัดในที่ต่าง ๆ หลายแห่งและหลายวัน โดยวันแรกระหว่างเดินทางจำเลยกับพวกได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงในรถยนต์ตู้ค…

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 42735)

ผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 16 ปีเศษ และกำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยการอาชีพรู้จักและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสี่มาก่อน ได้เบิกความถึงพฤติการณ์ ขณะที่ถูกจำเลยทั้งสี่กับพวกข่มขืนกระทำชำเราเป็นขั้นตอนม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up