Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4692/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บาดแผลที่คอของโจทก์ที่ 2 จากการถูกเชือด ด้วยมีดทำครัวแผลบนกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 9 เซนติเมตร แผลล่างกว้าง 3 เซนติเมตรยาว 14 เซนติเมตร เป็นบาดแผลบริเวณที่สำคัญ ทำให้โจทก์ที่ 2มีอาการเจ็บปวด หันคอไม่สะดวก หลังจากผ่าตัดและเย็บแผล 2 ครั้งแพทย์ต้องนัดโจทก์ที่ 2 ไปตรวจรักษาอีก 3 ครั้ง รวมเวลาที่ใช้รักษาทั้งหมด 30 วัน แม้จะได้ความว่าโจทก์ที่ 2 ไม่ได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลย และยังสามารถไปให้การต่อพนักงานสอบสวนได้เองหลายครั้งในระหว่างที่ยังรักษาบาดแผลอยู่ ก็มิได้หมายความว่าโจทก์ที่ 2จะสามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้ในระหว่างนั้น จึงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 2 ป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วันอันเป็นอันตรายสาหัส จำเลยที่ 1 ทำร้ายโจทก์ที่ 2 โดยใช้มีดเชือด บริเวณลำคอจนโจทก์ที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัสเป็นบาดแผลฉกรรจ์ถึง 2 แผล เกิดเหตุแล้วจำเลยที่ 1 ยังไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาโจทก์ที่ 2 ใช้มีดฟันที่แขนจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่เป็นความจริง และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยให้ความช่วยเหลือแก่โจทก์ที่ 2 แต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 1 จะประกอบอาชีพเป็นหลักฐานและเคยมีคุณความดีมาก่อน แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 แล้ว ไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกันสำนวนแรก โจทก์ที่ 1 ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ส่วนสำนวนหลัง โจทก์ที่ 2 ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 297, 80, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องสำนวนหลังแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การถือว่าจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ลงโทษจำคุก 6 เดือน คำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 2ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี พฤติการณ์แห่งรูปคดียังไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1ได้ใช้มีดทำครัวยาวประมาณ 6 นิ้วฟุต เชือดคอโจทก์ที่ 2 สองครั้งเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กายโดยมีบาดแผลที่คอด้านขวา2 แผล แผลบนกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 9 เซนติเมตร แผลล่างกว้าง3 เซนติเมตร ยาว 14 เซนติเมตร ปัญหาเรื่องอันตรายสาหัสนั้น

เห็นว่าโจทก์ที่ 2 เบิกความว่า หลังจากที่รักษาบาดแผลแล้ว โจทก์ที่ 2ไม่สามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้ประมาณเดือนเศษ มีอาการเจ็บป่วยหันคอไม่สะดวกและแพทย์หญิงเสาวณี ชูติพงศ์ แพทย์ผู้ตรวจชันสูตรบาดแผลของโจทก์ที่ 2 มาเบิกความประกอบรายงานความเห็นการตรวจชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องว่า บาดแผลของโจทก์ที่ 2 อยู่บริเวณที่สำคัญ ต้องรักษาโดยการผ่าตัดและเย็บบาดแผลถึง 2 ครั้ง หลังจากนั้นแพทย์ต้องนัดโจทก์ที่ 2 ไปตรวจรักษาอีก 3 ครั้ง รวมเวลาที่ใช้รักษาทั้งหมด30 วัน ข้อนำสืบของโจทก์ทั้งสองดังกล่าว จำเลยที่ 1 มิได้นำสืบหักล้าง จึงรับฟังได้ ดังนี้ แม้จะได้ความว่าโจทก์ที่ 2 ไม่ได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยและยังสามารถไปให้การต่อพนักงานสอบสวนได้เองหลายครั้งในระหว่างที่ยังรักษาบาดแผลอยู่

ก็มิได้หมายความว่าโจทก์ที่ 2 จะสามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้ในระหว่างนั้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 2 ป่วยเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน อันเป็นอันตรายสาหัสแล้ว ส่วนปัญหาเรื่องดุลพินิจในการลงโทษนั้นเห็นว่า จำเลยที่ 1 ทำร้ายโจทก์ที่ 2 โดยใช้มีดเชือดบริเวณลำคอจนโจทก์ที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัสเป็นบาดแผลฉกรรจ์ถึง 2 แผลเกิดเหตุแล้วจำเลยที่ 1 ยังไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าโจทก์ที่ 2 ใช้มีดฟันที่แขนจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยให้ความช่วยเหลือแก่โจทก์ที่ 2 แต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 1 จะประกอบอาชีพเป็นหลักฐานและเคยมีคุณความดีมาก่อน แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 แล้ว โทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยที่ 1 นั้น เหมาะสมแล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขและไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ 1พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สัญชัย สิงหลกะ · อดุลกิติ์ กิติยากร · สมพงษ์ สนธิเณร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5817/2545

การที่ชาวบ้านไปขว้างปาบ้านบิดาจำเลย เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยย่อมมีสิทธิกระทำการเพื่อป้องกันทรัพย์สินของบิดาจำเลยได้ แต่ภยันตรายที่เกิดจากการขว้างปาบ้านยังไม่ร้ายแรง…

Supreme Court Judgment No. 7205/2544

จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการในการกระทำความผิดดังกล่าวจึงต้องรับผิดในผลของการกระทำของจำเลยที่ 1 และพวกที่ร่วมกระทำผิดด้วยกันเสมือนหนึ่งเป็นการกระ…

Supreme Court Judgment No. 1665/2543

การที่จำเลยโกรธโจทก์ร่วมที่ไม่ยอมลงชื่อรับหนังสือจากจำเลยและด่าโจทก์ร่วมว่า "ไอ้ลูกหมา" พร้อมกับผลักโต๊ะใส่ แล้วเข้ากอดปล้ำต่อสู้กัน ถือว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุกับสมัครใจทะเลาะวิวาท จึงไม่อาจอ้างว่ากระท…

Supreme Court Judgment No. 874/2540

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา290ซึ่งถือว่าเป็นคำฟ้องของโจทก์ร่วมด้วยโดยไม่ได้บรรยายมาในคำฟ้องเลยว่าผู้ตายได้รับอันตรายสาหัสและทางพิจารณาก็ไม่ได้ความดังกล่าวดังนั้นที่โจ…

Supreme Court Judgment No. 5762/2537

ข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 295 และ 297 ที่พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยนั้น มิใช่เป็นความผิดต่อส่วนตัว ดังนั้น การที่ถ.และ อ. จะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ หามีผลต่ออำนาจฟ้องของพนักงานอัยกา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up