Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 497/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนมาตรา 88 และมาตรา 90 แต่ในมาตรา 87(2) นั้นเองบัญญัติต่อไปว่า "...แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้"เมื่อพยานบุคคลที่จำเลยอ้างเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญในคดีส่วนพยานเอกสารที่จำเลยอ้างก็เป็นชุดเดียวกับที่โจทก์อ้างทั้งจำเลยขอยื่นบัญชีพยานในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน แม้จะสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 2 ปาก ก็ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ เนื่องจากเป็นการนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์เท่านั้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจสั่งรับบัญชีพยานของจำเลยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินนา 2 แปลง โจทก์มอบให้จำเลยไปแจ้งขอออก ส.ค.1 และขอออก น.ส.3 ก. แทนโจทก์ จำเลยได้ไปขอออก ส.ค.1 และ น.ส.3 ก. แล้วโดยใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยจะโอนที่ดินทั้งสองแปลงให้ผู้อื่น ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้การว่า ที่ดินทั้งสองแปลงเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่นาตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 4740 ทั้งแปลง และมีสิทธิครอบครองที่นาตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 4272 ครึ่งหนึ่ง

ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องคำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่นาพิพาททั้งสองแปลงคืนให้แก่โจทก์ ตามที่โจทก์มีสิทธิครอบครองดังกล่าวหากจำเลยไม่ยอมไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานของจำเลยซึ่งมิได้ยื่นต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวันและศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยยืนตามนั้นชอบหรือไม่ คดีได้ความตามท้องสำนวนว่า ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2531 และกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนโดยนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 26 กรกฎาคม 2531 เมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์ขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าได้บวชเป็นพระภิกษุอยู่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 26 สิงหาคม 2531ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าได้รับอุบัติเหตุรถชนแพทย์สั่งให้พักรักษาตัว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 7 ตุลาคม 2531 เวลา 8.30 นาฬิกา ในวันนัดดังกล่าวโจทก์นำพยานเข้าสืบในช่วงเช้าได้ 2 ปาก ครั้นเวลา 13.30นาฬิกา จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้ยื่นบัญชีพยานภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากเชื่อโดยสุจริตว่าเคยยื่นไว้พร้อมกับวันที่ยื่นคำให้การเพราะมีบันทึกไว้ในปกสำนวนคดีของทนายจำเลยและก่อนหน้าที่โจทก์จำเลยจะหาทางเจรจากันหลายครั้ง ประกอบกับทนายจำเลยประสบอุบัติเหตุไม่ได้มาศาลด้วยตนเองทำให้หลงลืมตรวจสอบรายละเอียดในการดำเนินคดีจำเลยมิได้มีเจตนาจะฝ่าฝืนหรือจงใจจะไม่ยื่นบัญชีพยาน จึงขอยื่นบัญชีระบุพยานบุคคล 6 อันดับ และพยานเอกสาร 1 อันดับ เห็นว่า

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนมาตรา 88 และมาตรา 90 คือต้องยื่นบัญชีพยานและยื่นสำเนาเอกสารต่อศาล และส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ก็ดี แต่ในมาตรา 87(2) นั้นเองบัญญัติต่อไปว่า "...แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้" จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยซื้อที่นาหนองเบนจากนางมีมารดาโจทก์ และซื้อที่นาทุ่งจากบุคคลภายนอก เมื่อทางราชการประกาศออก น.ส.3 ก.โดยภาพถ่ายทางอากาศ จำเลยได้ยื่นคำขอออก

น.ส.3 ก. ในที่ดินทั้งสองแปลงเป็นชื่อของจำเลยมิได้ทำแทนโจทก์ ฉะนั้นพยานบุคคลที่จำเลยอ้างเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่นาพิพาททั้งสองแปลง จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญในคดี ส่วนพยานเอกสารที่จำเลยอ้างนั้นก็เป็นชุดเดียวกับที่โจทก์อ้าง ทั้งจำเลยขอยื่นบัญชีพยานในวันนัดสืบพยาน แม้จะสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 2 ปาก ก็ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ เนื่องจากเป็นการนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์เท่านั้นการที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจสั่งรับบัญชีพยานของจำเลยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยยืนตามนั้นจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

Supreme Court Judgment No. 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 589738)

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ว…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 633736)

ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คู่ความที่มีความจำนงจะอ้างอิงพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากคู่ความประสงค์จะยื่นบัญชีระบุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up