Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2553 (ref. 508242)

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยจะลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทในฐานะส่วนตัวหรือกระทำการแทนบริษัทจำเลยก็ต้องมีความรับผิดทางอาญาเช่นเดียวกัน เนื่องจากการดำเนินกิจการของบริษัทย่อมแสดงออกโดยทางผู้แทนทั้งหลายของบริษัท เมื่อจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและประทับตราสำคัญของบริษัทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คอันเป็นความผิดตามฟ้อง ย่อมถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับบริษัทออกเช็คพิพาท โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยกับบริษัทร่วมกันกระทำผิด และกรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญเนื่องจากมิได้ส่งผลให้ผู้แทนหรือนิติบุคคลพ้นจากความรับผิดทางอาญา ทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ด้วย จึงไม่มีเหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 192 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 Section 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กับนับโทษในคดีทั้งสองสำนวนติดต่อกัน

จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 3 เดือน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมหลายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 15 เดือน (ที่ถูก จำเลยกระทำผิด 5 กระทง รวมจำคุก 15 เดือน)

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทคลีนเอิรธ์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2538 บริษัทคลีนเอิรธ์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 2223 ตำบลคลองกุ่ม อำเภอบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 17 ตารางวา พร้อมบ้านจากนางโสภาผู้เสียหาย ในราคา 1,250,000 บาท บริบัทดังกล่าวออกเช็คจำนวน 8 ฉบับให้ผู้เสียหายเพื่อชำระค่าที่ดินและบ้านโดยมีจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราสำคัญของบริษัท ผู้เสียหายได้รับเงินตามเช็คฉบับแรกจำนวน 200,000 บาทแล้วส่วนเช็คที่เหลือ 7 ฉบับ ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหมด เช็คพิพาท 5 ฉบับ เป็นส่วนหนึ่งของเช็คที่บริษัทสั่งจ่ายชำระค่าที่ดินและบ้านให้ผู้เสียหาย

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักราชดำเนินรวม 5 ฉบับ มอบให้ผู้เสียหายเพื่อชำระค่าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวระบุว่าจำเลยออกเช็คชำระหนี้แก่ผู้เสียหายเป็นการส่วนตัว มิใช่กระทำการแทนนิติบุคคล แต่ข้อเท็จจริงจากทางนำสืบของโจทก์กลับปรากฏว่าเช็คดังกล่าวเป็นเช็คส่วนหนึ่งที่บริษัทคลีนเอิรธ์ (ประเทศไทย) จำกัด สั่งจ่ายเพื่อชำระราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้เสียหาย โดยจำเลยซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทลงลายมือชื่อในเช็คพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท

คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายให้จำเลยร่วมรับผิดกับบริษัทฐานเป็นตัวการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง เห็นว่า จำเลยจะลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทในฐานะส่วนตัวหรือกระทำการแทนบริษัท จำเลยก็ต้องมีความรับผิดทางอาญาเช่นเดียวกัน เนื่องจากการดำเนินกิจการของบริษัทย่อมแสดงออกโดยทางผู้แทนทั้งหลายของบริษัท เมื่อจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและประทับตราสำคัญของบริษัทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คอันเป็นความผิดตามฟ้อง

ย่อมถือว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับบริษัทออกเช็คพิพาททั้ง 5 ฉบับ โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยกับบริษัทร่วมกันกระทำผิด และกรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ เนื่องจากมิได้ส่งผลให้ผู้แทนหรือนิติบุคคลพ้นจากความรับผิดทางอาญา ทั้งจำเลยก็มิได้หลงต่อสู้ด้วยจึงไม่มีเหตุที่ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร · สิริรัตน์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3597/2555

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คสั่งจ่ายเงินเพื่อมอบให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้อันเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงตามทางนำสืบโจทก์ปรากฏว่า เช็คพิ…

Supreme Court Judgment No. 2460/2555

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้บางส่วนอันเนื่องจากลูกค้าของโจทก์ได้ชำระค่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปแก่โจทก์และจำเลยรับไว้แทน แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี…

Supreme Court Judgment No. 7276/2544

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ค่าเช่ารถยนต์เป็นการส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แต่ข้อเท็จจริงในทางนำสืบปรากฏว่าเช็คดังกล่าว บริษัท ว. เป็นผู้ออกเพื่อชำระ…

Supreme Court Judgment No. 2592/2542

แม้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งซื้อเสาเข็มจากโจทก์แล้วออกเช็คพิพาทชำระราคา แต่ทางพิจารณาได้ความว่า อ.เป็นผู้สั่งซื้อ จำเลยไม่มีหนี้ที่ต้องชำระแก่โจทก์ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทชำระหนี้ที่ อ.มีอยู่กับโจ…

Supreme Court Judgment No. 3740/2541

จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทให้แก่บริษัท บ. ซึ่งมี ฮ.เป็นกรรมการผู้จัดการ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินบริษัท บ. โดย ฮ.ได้มอบอำนาจให้พ. ไปร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ในความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up