Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5256/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยให้การว่าโจทก์รับเงินค่าระวางของจำนวน 600 บาทจากพนักงานของจำเลยแล้วทด เงินไว้เป็นเวลา 7 วัน เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทจำเลยอย่างร้ายแรงศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ทุจริตเงินค่าระวางของจำนวน 600 บาทหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้องหรือไม่ดังนี้ ปัญหาว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ จึงมิได้เป็นข้อพิพาทในคดี เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตเงินค่าระวางดังกล่าวอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงจึงมิใช่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ศาลแรงงานต้องพิจารณาว่าลูกจ้างกับนายจ้างอาจทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่เป็นประการแรก หากไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปจึงจะพิจารณากำหนดค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้ลูกจ้างเป็นประการที่สอง ศาลแรงงานพึงพิพากษาเพียงประการเดียว การที่ศาลแรงงานพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หากไม่สามารถรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ลูกจ้างอันเป็นการพิพากษาสองประการโดยมีเงื่อนไขนั้น ย่อมเป็นการไม่ชอบ และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แต่การพิจารณาถึงเหตุสองประการดังกล่าวเป็นดุลพินิจ ของศาลแรงงาน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานวินิจฉัย.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 177 ป.วิ.พ. Section 183 ป.วิ.พ. Section 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่า โจทก์กระทำการส่อไปในทางทุจริตซึ่งไม่เป็นความจริง นอกจากนี้จำเลยสอบสวนโจทก์โดยไม่ชอบด้วยระเบียบของจำเลย คำสั่งเลิกจ้างโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิมโดยนับอายุงานต่อเนื่องและให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในระหว่างที่เลิกจ้างโจทก์ หากจำเลยไม่สามารถปฏิบัติได้ให้จ่ายค่าชดเชย เงินกองทุนบำเหน็จ เงินประกัน และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์รับเงินค่าระวางของจำนวน 600 บาท จากพนักงานของจำเลยแล้วทดเงินไว้เป็นเวลา 7 วันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบบริษัทจำเลยอย่างร้ายแรงโจทก์ไม่มีสิทธิกลับเข้าทำงานและรับเงินตามฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิม โดยนับอายุงานต่อเนื่อง และให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเท่าค่าจ้างที่โจทก์ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเลิกจ้างรวมกับค่าครองชีพ

นับแต่วันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม หากจำเลยไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้ก็ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินกองทุนบำเหน็จ และเงินประกันแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ แต่การที่โจทก์ได้รับเงินค่าระวางไว้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2529 ต่อมาวันที่2 กันยายน 2529 โจทก์จึงออกใบเสร็จรับเงินและนำเงินเข้าบัญชีจำเลยดังนี้ แสดงว่าโจทก์มีเจตนาฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้นั้นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในวันนัดพิจารณา

ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า โจทก์ทุจริตเงินค่าระวางของจำนวน 600 บาทหรือไม่และโจทก์มีสิทธิได้รับเงินต่าง ๆ ตามฟ้องหรือไม่ เท่านั้น ดังปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 16 มิถุนายน 2530 ปัญหาว่าการกระทำของโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ตามข้ออุทธรณ์ของจำเลยนั้น มิได้เป็นประเด็นข้อพิพาทในศาลแรงงานกลาง จึงมิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยมาตรา 31แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอนึ่ง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างเดิม กับให้จ่ายค่าเสียหายระหว่างที่ถูกเลิกจ้างหากจำเลยไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมได้ ก็ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเงินกองทุนบำเหน็จและเงินประกันแก่โจทก์นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นคำพิพากษาที่ไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 49 ซึ่งบัญญัติให้ศาลแรงงานพิจารณาว่าลูกจ้างกับนายจ้างอาจร่วมกันทำงานต่อไปได้หรือไม่เป็นประเภทแรก หากไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ศาลแรงงานจึงจะพิจารณาเป็นประการที่สองโดยกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้แทนตามมาตราดังกล่าวศาลแรงงานพึงพิพากษาเพียงประการเดียว จะพิพากษาเป็นสองประการโดยมีเงื่อนไขหาได้ไม่ การพิจารณาเหตุสองประการนั้นเป็นดุลพินิจของศาลแรงงานกลางโดยเฉพาะ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยเองได้ จึงชอบที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียให้ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาโดยนัยที่กล่าวข้างต้นแล้วพิพากษาใหม่".

Matter details

Panel of judges
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2260/2537

นอกจากจำเลยจะอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่าโจทก์กระทำผิดวินัยโดยกระทำประมาทเลินเล่อจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยยังให้การว่าโจทก์ไม่มีความสามารถหรือประสบการณ์เพียงพอที่จะบริหารงาน ซึ่งศาลได้กำหนดประ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 25343)

ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยหรือของจำเลยร่วม การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของบริษัทจำเลยโดยบริษัทจำเลยรับโอนโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานต่อจากบริษัทจำเ…

Supreme Court Judgment No. 2121/2529

โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยโดยบรรยายฟ้องว่าเงินรางวัลและค่าครองชีพพิเศษเงินสะสมค่าเครื่องแบบค่าต่อทะเบียนรถยนต์ค่าภาษีเงินได้ค่ารถประจำตำแหน่งและโบนัสพิเศษเป็นค่าจ้า…

Supreme Court Judgment No. 1596/2529

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเพียงว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ร้องไม่เคยมอบอำนาจให้ ส. หรือ อ. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้อง ดังนี้ประเด็นในคำคัดค้านจึงมีเพียงว่า ผู้ร้องมอบอำนาจให้บุคคลทั้งสอง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2528 (ref. 33078)

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯมาตรา 49 นั้น หมายถึงการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร มิได้หมายความว่าถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำผิดแล้วจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up