Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5266/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไปร่วมกิจการเดินรถกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ช. จำเลยที่ 2 จึงเป็นหุ้นส่วนของห้างดังกล่าวในลักษณะหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ซึ่งต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ โดยไม่จำกัดจำนวนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1025เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างฯ ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของห้างฯ ห้างฯ และจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดแทนห้างฯ และจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัยจำเลยทั้งสามจึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสื่อมราคารถแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ารถยนต์โจทก์เสื่อมราคาจากการเกิดเหตุ กรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาจึงชี้ขาดให้มีผลถึงจำเลยที่ 1ซึ่งไม่ได้ฎีกาด้วย.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 ผู้ครอบครอง ในทางการที่จ้างด้วยความประมาทเลี้ยวขวาขวางถนนตัดหน้ารถยนต์เก๋งซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของและผู้ขับ ทำให้รถทั้งสองคันชนกันรถโจทก์ได้รับความเสียหายเสียค่าซ่อม 28,490 บาท และค่าเสื่อมราคา 4,500 บาท จำเลยที่ 3เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์โดยสารคันที่จำเลยที่ 1 ขับ จะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 32,490 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุไม่มีอำนาจฟ้อง

จำเลยที่ 2 ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุและไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ ค่าซ่อมไม่เกิน5,000 บาท เมื่อซ่อมแล้วสภาพดีกว่าเดิมไม่เสื่อมราคา ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 และให้การต่อไปว่าผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดทั้งสัญญาประกันภัยมิได้ระบุให้ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดในค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินของบุคคลภายนอกด้วย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 28,490บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 31,490 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ 2 เลี้ยวขวาตัดหน้ารถยนต์ของโจทก์โดยประมาทรถยนต์ของโจทก์จึงชนรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 1 ขับ รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 1คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารที่จำเลยที่ 1 ขับมาร่วมกิจการเดินรถกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยว และจำเลยที่ 2 กับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยวเอาประกันภัยรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไว้กับจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุแล่นรับคนโดยสารให้แก่ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยวพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อแรกว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไปร่วมกิจการเดินรถกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลชาติเจริญการท่องเที่ยว จำเลยที่ 2 จึงเป็นหุ้นส่วนของห้างดังกล่าวในลักษณะหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ซึ่งต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ โดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025 เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างฯ

ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของห้างฯ ห้างฯและจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1 ด้วยส่วนจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดแทนห้างฯ และจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัยฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อสองว่า รถยนต์โจทก์ไม่เสื่อมราคา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่ารถยนต์โจทก์ไม่ได้เสื่อมราคาจากการเกิดเหตุ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าซ่อมรถเป็นเงิน 28,490 บาทเท่านั้น และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าเป็นกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้จึงให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ได้ฎีกาด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 28,490 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ.

Matter details

Panel of judges
พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4997/2548

คำฟ้องโจทก์บรรยายแล้วว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์บรรทุกที่ลูกจ้างโจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก…

Supreme Court Judgment No. 4473/2541

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างกระทำการละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้าง แต่โจทก์มี ส.ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถไปในทางการที่จ้…

Supreme Court Judgment No. 1544/2520

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ค่าเสียหายของโจทก์รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 1,980,000 บาท แต่โจทก์มิได้เรียกร้องเอาเต็มจำนวนดังกล่าว คงติดใจขอเพียง 700,000 บาท กับดอกเบี้ยอีก 45,125 บาท รวม 748,125 บาท ดังนี้ การคิดค่าข…

Supreme Court Judgment No. 5092/2558

ตามฟ้องของโจทก์ นอกจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยเป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 แล้ว ยังพอถือได้ว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดสำหรับความรับผิดต่อบุคคลภายนอกข…

Supreme Court Judgment No. 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up