Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5279/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีจะมีประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่จะต้องเกิดจากคำให้การของจำเลยว่าจำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม ดังนั้นศาลย่อมมีอำนาจที่จะนำคำให้การของจำเลยมาวินิจฉัยประกอบคำฟ้องของโจทก์ได้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ผู้ครอบครองจะนับระยะเวลาที่ครอบครองที่พิพาทก่อนที่พิพาทออกโฉนดรวมเข้าด้วยไม่ได้ เพราะการครอบครองปรปักษ์ใช้ได้แต่เฉพาะที่ดินมีกรรมสิทธิ์เท่านั้น ที่ดินที่มีโฉนดจะนำเรื่องการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 มาปรับใช้ไม่ได้เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 426 ตำบลตูมใต้ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่12 ไร่ 2 งาน 96 ตารางวา จำเลยปลูกบ้านในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื้อที่ 169.59 ตารางวา โจทก์แจ้งให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินหรือทำสัญญากับโจทก์ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงมอบให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปให้พ้นจากเขตที่ดินของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป กับให้จำเลยและบริวารออกไปให้พ้นจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยกับพวกครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตั้งแต่

พ.ศ. 2490จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่บรรยายให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา กล่าวคือไม่บรรยายว่าจำเลยเข้าอยู่ในที่พิพาทตั้งแต่เมื่อใด ครอบครองเนื้อที่กว้าง ยาวเท่าใด แผนที่พิพาทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ทำขึ้นเพียงคร่าว ๆไม่ชัดเจนแน่นอน จำเลยไม่สามารถให้การโดยละเอียด โจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี นับแต่ถูกรบกวนคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ และห้ามเกี่ยวข้อง ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า แม้ฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทตั้งแต่เมื่อใด จำเลยครอบครองที่พิพาทเป็นเนื้อที่กว้างยาวเท่าใด แต่จำเลยก็ทราบและเข้าใจฟ้องโจทก์ โดยยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ถูกต้อง นอกจากนี้โจทก์ได้ส่งแผนที่พิพาทเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 มาด้วย ถือได้ว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาแล้ว ส่วนรายละเอียดต่าง ๆนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า การวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น ต้องวินิจฉัยแต่ต้นคือตอนยื่นคำฟ้องและศาลรับคำฟ้องแล้วไม่ใช่ให้โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณามารองรับ และศาลจะอ้างคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยมาสนับสนุนฟ้องของโจทก์ให้สมบูรณ์ไม่ได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่า คดีจะมีประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จะต้องเกิดจากคำให้การของจำเลยว่าจำเลยจะให้การว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม ดังนั้นศาลย่อมมีอำนาจที่จะนำคำให้การของจำเลยมาวินิจฉัยประกอบกับคำฟ้องของโจทก์ได้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ส่วนในข้อที่ว่าโจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้นั้น หมายถึงรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ใช่สภาพแห่งข้อหาปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมายแล้วหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 426 ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382บัญญัติว่าบุคคลใดครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ เมื่อปรากฏว่า นับแต่วันออกโฉนดเมื่อวันที่5 กันยายน 2522 ถึงวันฟ้องคือวันที่ 3 พฤษภาคม 2532 ยังไม่ถึง10 ปี แม้ว่าจำเลยจะครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของก็ตาม จำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น จำเลยจะนับระยะเวลาที่ครอบครองก่อนที่พิพาทออกโฉนดรวมเข้าด้วยหาได้ไม่ เพราะการครอบครองปรปักษ์ใช้ได้แต่เฉพาะที่ดินมีกรรมสิทธิ์เท่านั้น

จำเลยจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ปัญหาสุดท้ายมีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ได้ใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนเป็นคดีไม่มีอายุความฟ้องร้อง แม้จะเป็นเวลานานสักปานใด และทราบเรื่องเมื่อใด โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิติดตามทรัพย์สินนั้นได้เสมอ เว้นแต่กรณีจะต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382, 1383 โจทก์จึงจะหมดสิทธิติดตามเอาคืน ที่พิพาทคดีนี้เป็นที่ดินที่มีโฉนดจะนำเรื่องการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 มาปรับใช้แก่คดีนี้หาได้ไม่ โดยเป็นคนละเรื่องกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1760/2548

จำเลยได้ขุดดินของโจทก์ไปขายให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิที่จะขุดดินอันเป็นทรัพย์สินของโจทก์ เมื่อจำเลยขุดเอาดินของโจทก์ไป โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยนำดินที่ขุดไปนั้นคืนมาหรือขอให้จำเลยใช้ราคาดิ…

Supreme Court Judgment No. 4258/2541

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์ปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดแผนงานศูนย์ ควบคุมบังคับบัญชากำกับการมอบหมายงานในการฟื้นฟูป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวได้เบิกเงินงบประมาณของโจทก์ไปดำเนินกา…

Supreme Court Judgment No. 5007/2540

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากที่ดินพิพาทคดีนี้ตามจำนวนเนื้อที่ดินเฉพาะส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งจำเลยเคยฟ้องโจทก์ให้ไปจดทะเบียนโอนให้แก่จำเลย ซึ่งจำเลยทราบดีมาก่อนแล้วแม้…

Supreme Court Judgment No. 777/2533

ในคดีที่โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้กระทำการต่าง ๆ ในที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากผู้มีชื่อเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์นั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อมาเป็นที่ดินที่จำเลยยังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ โจทก์จึงไม่อ…

Supreme Court Judgment No. 2581/2520

คดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตยักยอกถึงที่สุดแล้วโดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 สำหรับจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้องโจทก์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up