Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 777/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในคดีที่โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้กระทำการต่าง ๆ ในที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากผู้มีชื่อเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์นั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อมาเป็นที่ดินที่จำเลยยังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้เพราะการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำในที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องไว้ในเรื่องทางภารจำยอมด้วยก็ตามแต่เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ และได้ภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และมาตรา 1401ตามลำดับแล้ว การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและการนำสืบในประเด็นดังกล่าวย่อมเป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกามิอาจวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดิน 1 แปลง ตาม ส.ค.1 เลขที่ 9 ตำบลหนองไข่น้ำอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี โดยซื้อจากนายยา มีแก้ว เมื่อซื้อแล้วโจทก์ได้ทำถนนดินลูกรังในที่ดินที่โจทก์ซื้อมา เชื่อมต่อกับทางสาธารณะโดยยอมให้ประชาชนทั่วไปและยานพาหนะผ่านไปมาได้เหมือนทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ถนนดินลูกรังในที่ดินโจทก์จึงเป็นทางภารจำยอมเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2522 จำเลยที่ 1สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 3036 ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรีได้นำเจ้าพนักงานรังวัดสอบเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ชี้เขตที่ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดิน ส.ค.1 ของโจทก์

โจทก์คัดค้านการชี้เขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรีแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้บุกรุกนำเสาปูนซิเมนต์เข้าไปปักในถนนดินลูกรังในที่ดินของโจทก์เพื่อมิให้ประชาชนใช้สัญจรไปมา เจ้าพนักงานที่ดินให้โจทก์นำชี้เขตที่ดิน ส.ค.1 ของโจทก์เพื่อไกล่เกลี่ย โจทก์ขอให้จำเลยที่ 2 สั่งเจ้าพนักงานรังวัดทำแผนที่ที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยวิธีปูโฉนดในแผนที่ระวาง การไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสำเร็จเพราะจำเลยที่ 2 ไม่ดำเนินการตามที่โจทก์ขอ และในที่สุดจำเลยที่ 2 ได้มีคำสั่งยกเลิกคำคัดค้านของโจทก์ให้โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หลังจากโจทก์ฟ้องคดีแรกแล้วจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นจำเลยสำนวนหลัง

ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยนำรถแทรกเตอร์มาขุดไถถนนดินลูกรังในที่ดินของโจทก์ทำให้ถนนเสียหาย ระหว่างเทศกาลไหว้บุพการีมีชาวจีนมาประกอบกิจในสุสานของโจทก์เป็นจำนวนมาก จำเลยที่ 1 ได้นำเสามาปิดกั้นและนำรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่เข้ามาจอดกีดขวางบนถนนดินลูกรังไม่ให้รถและคนเข้าไปในสุสานเป็นการเสียหายแก่กิจการของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 9 เป็นสิทธิของโจทก์ เพิกถอนการรังวัดที่ดินโฉนดที่ 3036 ตามที่จำเลยที่ 1 นำชี้และสั่งเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินของโจทก์และจำเลยที่ 1 ใหม่โดยวิธีปูโฉนดตามรูปแผนที่ระวางและพิพากษาว่า ถนนดินลูกรังที่โจทก์สร้างในที่ดินเป็นทางภารจำยอมหรือทางสาธารณะ ห้ามบุคคลอื่นและจำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องกับให้จำเลยที่ 1 และบริวารถอนเสาที่นำไปปักไว้ในที่ดินของโจทก์ออกไป และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 85,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การและจำเลยที่ 1 สำนวนแรกฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 3036 ส่วนหนึ่งได้แยกออกเป็นโฉนดเลขที่ 12597ที่ดินตามฟ้องโจทก์เป็นที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามโฉนดที่ 12597จำเลยที่ 1 ได้รื้อถนนและใช้สิทธิขัดขวางโดยสุจริต ถนนที่โจทก์อ้างไม่ใช่ทางภารจำยอม ที่ดินตาม ส.ค.1 ที่โจทก์ครอบครองทับที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 มิได้ทำการกีดขวางโจทก์ตามฟ้องความเสียหายที่โจทก์อ้างเกินความจริงส่วนจำเลยที่ 2 มิได้กระทำละเมิดโจทก์ จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และโจทก์ไม่เสียหายฟ้องโจทก์เคลือบคลุม กับจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งว่า

โจทก์ใช้สิทธิยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลไต่สวนและมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 กีดขวางการใช้ถนนของโจทก์ตามฟ้อง ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่สามารถใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 1เสียหายต่อเกียรติยศชื่อเสียง ขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายจำนวน100,000 บาท ยกเลิกหมายห้ามชั่วคราวของศาล และให้จำเลยที่ 1 มีอำนาจใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยที่ 1 ต่อไป

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 เคลือบคลุมโจทก์ใช้สิทธิทางศาลโดยชอบและโดยสุจริต โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรูปสี่เหลี่ยมสีเหลืองแก่ กว้างยาวตามที่โจทก์นำชี้ในแผนที่พิพาทถนนดินลูกรังที่โจทก์สร้างในที่ดินต่อจากทางสาธารณะเข้าวัดโคกมะตูมไปเข้าสุสานของโจทก์เป็นทางภารจำยอม ห้ามจำเลยที่ 1และบริวารขัดขวางการใช้ถนนของโจทก์และประชาชนทั่วไป ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าใช้เงินเสร็จ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก และยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า ที่ดินที่โจทก์ซื้อจากนายยา และครอบครองมาโดยตลอดและที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่ทับเป็นแปลงเดียวกันคือที่ดินที่พิพาท เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 69 ตารางวา และที่ดินพิพาทนั้นมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โจทก์จึงไม่อาจอ้างสิทธิในที่ดินพิพาทขึ้นต่อสู้กับจำเลยที่ 1 ได้ และประเด็นค่าเสียหายของโจทก์จึงตกไปด้วยเพราะจำเลยที่ 1 กระทำการต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้องในที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ส่วนการที่โจทก์นำสืบได้ความต่อไปว่า โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมาสิบปีแล้ว และโจทก์ทำถนนดินลูกรังใช้ติดต่อกันมาสิบปีแล้ว โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์และได้ถนนเป็นภารจำยอมโดยอายุความนั้น

เมื่อพิเคราะห์ฟ้องของโจทก์โดยตลอดแล้ว โจทก์มิได้บรรยายฟ้องไว้ว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยที่ 1โดยการครอบครองปรปักษ์และได้ภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และมาตรา 1401 ตามลำดับแม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องไว้ในเรื่องทางภารจำยอมก็ตาม การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและการนำสืบในประเด็นดังกล่าวเป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 ศาลฎีกาจึงมิอาจวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีได้ คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไม่ตรงตามคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฎีกาโจทก์ทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ก้าน อันนานนท์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7461/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินโจทก์และที่ดินจำเลยอยู่ติดกันและแบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเดียวกัน โจทก์ใช้ทางผ่านที่ดินจำเลยออกสู่ถนนมาเป็นเวลา 10 ปีเศษ บ้านและที่ดินโจทก์อยู่ในวงล้อมของที่ดินบุคคลอื่นไม่มีทางอ…

Supreme Court Judgment No. 1131/2519

ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ให้บุคคลภายนอกเช่าที่พิพาทไปแล้วโจทก์ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยอาศัยโจทก์ได้บอกกล่า…

Supreme Court Judgment No. 446/2541

เดิม ค.สามีโจทก์ที่ 1 และโจทก์ทั้งสองได้ใช้ทางเดินบนที่ดินของ พ.ทางด้านทิศตะวันออกออกสู่ทางสาธารณะโดยสงบและเปิดเผยติดต่อกันเกินกว่า10 ปี ที่ดินของ พ.ดังกล่าวจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของ ค.ตาม ป.พ.พ.…

Supreme Court Judgment No. 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

Supreme Court Judgment No. 4829/2539

จำเลยที่1ที่2ให้การว่าไม้ของกลางเป็นของจำเลยแต่ละคนและปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของไม้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าไม้พิพาทเป็นของฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลยการที่จำเลยที่1ที่2นำสืบว่าเป็นหุ้นส่วนทำไม้พิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up