Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5330/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พนักงานของโจทก์ได้นำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินชดเชยให้ ซึ่งคำนวณมาจากข้อมูลค่าเสื่อมราคารถยนต์ ค่าดอกเบี้ยเช่าซื้อ ค่าภาษีประจำปี ค่าประกันภัยค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้ การจ่ายเงินของโจทก์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการจ่ายเงินชดเชยค่าพาหนะเหมาจ่ายแก่พนักงานของโจทก์ หาใช่จำนวนเงินที่พนักงานของโจทก์ได้จ่ายเป็นค่าพาหนะไปในการปฏิบัติการตามหน้าที่แล้วเบิกคืนจากโจทก์โดยไม่เหลือเป็นประโยชน์แก่ตน ฉะนั้นเงินได้ดังกล่าวที่พนักงานโจทก์ได้รับไปจึงไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 42(1) จำนวนเงินชดเชยค่าพาหนะเหมาจ่ายที่เกินอัตรากิโลเมตรละ90 สตางค์ ซึ่งจำเลยนำเอาระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526มาเทียบเคียงนั้น ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ที่พนักงานโจทก์ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) เมื่อโจทก์มิได้หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50และนำส่งตามมาตรา 52 จึงต้องร่วมรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 54

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 40 ป.รัษฎากร Section 42 ป.รัษฎากร Section 50 ป.รัษฎากร Section 52 ป.รัษฎากร Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับบริษัทโมเนีย (ประเทศไทย)พี ที วาย จำกัด ทำสัญญาทางการค้าหากำไรร่วมกันในนาม"กิจการร่วมค้า ซีแพค-โมเนีย" จำเลยมีหนังสือแจ้งให้ตัวการร่วมค้าซีแพค-โมเนีย ให้นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งกิจการร่วมค้า ซีแพค-โมเนีย ได้จ่ายให้พนักงานในปี พ.ศ. 2528 โดยมิได้หักภาษีเงินได้ไว้ณ ที่จ่าย และนำส่งให้ถูกต้อง จึงต้องรับผิดชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คัดค้านต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และเงินเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย กิจการร่วมค้าซีแพค-โมเนียไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้จำเลยคืนเงินภาษีและเงินเพิ่ม 173,961.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิขอคืนภาษีขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก

ณ ที่จ่ายของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย กับให้จำเลยคืนเงินภาษีและเงินเพิ่ม173,961.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่าประมวลรัษฎากร มาตรา 40 บัญญัติว่า "เงินได้พึงประเมินนั้นคือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าเป็นเงินเดือน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน" และมาตรา 42 บัญญัติว่า "เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ (1) ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะซึ่งลูกจ้างได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น (2)

ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตราค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง" ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์จำเลยนำสืบโดยมิได้โต้แย้งกันว่าพนักงานของโจทก์ได้นำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ให้แก่โจทก์และโจทก์ได้จ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานของโจทก์ในการดังกล่าวไปในอัตรากิโลเมตรละ 4.85 บาท สำหรับ1,000 กิโลเมตรแรก และอัตรากิโลเมตรละ2.35 บาท สำหรับกิโลเมตรที่ 1001 ขึ้นไป อัตราค่าชดเชยดังกล่าวโจทก์นำมาจากการคิดคำนวณของนายกมล พนักงานบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ซึ่งคำนวณจากข้อมูลค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ ค่าดอกเบี้ยในการเช่าซื้อรถยนต์ ค่าภาษีประจำปีสำหรับรถ ค่าประกันภัย

ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นหัวเทียน ทองขาว คอนเดนเซอร์ สายพานหม้อกรองน้ำมันเครื่อง หม้อกรองอากาศ ค่าน้ำมันเครื่องน้ำมันเบรค น้ำมันเฟืองท้าย น้ำมันเกียร์ ค่ายาง ค่าแบตเตอรี่ค่าซ่อมบำรุง และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่โจทก์จ่ายแก่พนักงานของโจทก์ไปตามวิธีการดังกล่าวนั้นมีลักษณะ เป็นการจ่ายเงินชดเชยค่าพาหนะเหมาจ่ายแก่พนักงานของโจทก์ที่ได้นำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้เป็นพาหนะเดินทางไปปฏิบัติการตามหน้าที่ให้แก่โจทก์ หาใช่จำนวนเงินที่พนักงานของโจทก์ได้จ่ายเป็นค่าพาหนะไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการปฏิบัติการตามหน้าที่ของตน และได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้นตามความเป็นจริงแล้วเบิกคืนจากโจทก์ตามจำนวนที่ถูกต้องตรงกันไม่เหลือเป็นประโยชน์แก่พนักงานของโจทก์อยู่อีกไม่

ฉะนั้นเงินได้ดังกล่าวที่พนักงานของโจทก์ได้รับไปจึงไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42(1) การที่จำเลยนำระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 ซึ่งออกโดยอนุวัตตามความในมาตรา 26 แห่งพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 ข้อ 4 กำหนดว่า"การใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการให้เบิกเงินชดเชยให้แก่ผู้เดินทางไปราชการ ซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองแล้วแต่กรณีได้ในอัตราต่อคันดังต่อไปนี้ (1) รถยนต์ส่วนบุคคลกิโลเมตรละ 90 สตางค์" มาเทียบเคียงกันกรณีที่โจทก์จ่ายเงินชดเชยค่าพาหนะให้แก่พนักงานของโจทก์ในการที่พนักงานของโจทก์นำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้เป็นพาหนะเดินทางไปปฏิบัติการตามหน้าที่ของแก่โจทก์ในส่วนที่อยู่ในอัตรากิโลเมตรละ 90 สตางค์

ยอมให้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้จึงเหมาะสมแล้ว ดังนั้นจำนวนชดเชยค่าพาหนะเหมาจ่ายที่เกินอัตรากิโลเมตรละ 90 สตางค์ไปนั้น ย่อมถือได้ว่าเป็นประโยชน์ที่พนักงานโจทก์ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานของโจทก์เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) เมื่อโจทก์มิได้หักภาษีณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50 และนำส่งตามมาตรา 52 จึงต้องร่วมรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 54การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจึงถูกต้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมายเช่นกันพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
สุนพ กีรติยุติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชลอ ทองแย้ม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8685/2543

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงินได้ต้องหักไว้ตามจำนวนที่กำหนดไว้แน่นอนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50(5) แล้วนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้…

Supreme Court Judgment No. 4842/2540

โจทก์และบริษัท อ. มิได้ทำสัญญาว่าจ้างให้บริการใด ๆ ต่อกันการว่าจ้างให้บริการทางวิชาชีพที่โจทก์ต้องจ่ายค่าบริการนี้มีการทำสัญญาระหว่างบริษัท อ. กับบริษัท อี โจทก์เพียงแต่ได้รับประโยชน์จากการขยายผลของสั…

Supreme Court Judgment No. 9909/2539

ค่าพาหนะที่โจทก์เหมาจ่ายให้แก่พนักงานตามระยะทางที่พนักงานออกไปปฎิบัติงานโดยไม่คำนึงถึงว่าพนักงานจะได้ใช้จ่ายไปตามนั้นจริงหรือไม่ เป็นค่าพาหนะที่นายจ้างเหมาจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ย่อมไม่อยู่ในความหมายของมาต…

Supreme Court Judgment No. 2510/2532

โจทก์จ่ายเงินได้ให้แก่พนักงานของโจทก์ โดยไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายจำเลยจึงได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายพร้อมเงินเพิ่มและส่งหนังสือแจ้…

Supreme Court Judgment No. 285/2551

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลแรงงานไว้โดยเฉพาะที่จะเรียกพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบและรับฟังพยานหลักฐานใด ๆ ที่เห็นว่าจะทำให้ได้ความชัดแจ้งในข้อเท็จจร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up