Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5336/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ส. เดินทางไปกับ ก. ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์และร่วมกันเจรจาขอรับรถยนต์คืนตลอดจนทำบันทึกการตรวจสภาพรถมอบให้แก่ตัวแทนของจำเลยที่ 1 เป็นพฤติการณ์ที่ ส. แสดงออกเป็นตัวแทนของโจทก์ และโจทก์ก็รับเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนไปจากการยึด เห็นได้ว่าโจทก์เชิด ส. ออกแสดงเป็นตัวแทนของตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 821 แต่อำนาจหน้าที่ของ ส. ซึ่งเป็นตัวแทนเชิดมีเพียงเท่าที่ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์มีอยู่ คือ ติดตามเอาคืน ยึดเข้าครอบครองเคลื่อนย้ายรถ แจ้งความร้องทุกข์ และกระทำการตามความจำเป็นตามกฎหมายเพื่อนำรถยนต์คันที่เช่าซื้อกลับคืนโจทก์ ส. ไม่มีอำนาจที่จะไปตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ กับจำเลยที่ 1 นอกเหนือไปจากความจำเป็นเพื่อยึดรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนได้ การที่ ส. ไปทำข้อตกลงในหนังสือรับรองว่าไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนอกเหนืออำนาจในการเป็นตัวแทน โดยโจทก์ไม่ได้ให้สัตยาบันแก่การนั้น ข้อตกลงดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 วรรคแรก โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ได้อีก จำเลยที่ 2 ให้การว่าโจทก์ผ่อนเวลาให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันไม่ยินยอม จำเลยที่ 2 จึงพ้นจากความรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาดังกล่าวโดยไม่ได้ให้การตั้งประเด็นไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามสัญญาเช่าซื้อ สัญญาค้ำประกัน 415,395 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 180,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่อาจเรียกค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยที่ 1 เนื่องจากโจทก์เชิดบุคคลอื่นกระทำแทนและทำหนังสือไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ยอมผ่อนเวลาให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันไม่ยินยอม จำเลยที่ 2 จึงพ้นจากความรับผิด โจทก์เชิดบุคคลอื่นให้มารับรถยนต์จากจำเลยที่ 1 และบุคคลดังกล่าวทำหนังสือไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีอำนาจเรียกค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 เมษายน 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จสิ้น คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "...จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ยอมผ่อนเวลาให้จำเลยที่ 1 ดังนั้น จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงพ้นจากความรับผิดนั้น เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 เท่านั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การตั้งประเด็นไว้ เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 มิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์ตกลงผ่อนเวลาให้จำเลยที่ 1 อย่างไรที่จะเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้น และจำเลยที่ 2 ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นกัน

คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ได้หรือไม่เพียงใด โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาประการแรกว่า บุคคลที่โจทก์เชิดออกเป็นตัวแทนของโจทก์ในการรับรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยที่ 1 แล้ว ในประเด็นนี้ จำเลยที่ 1 นำสืบว่า นายสมเกียรติและนายสำราญไปยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจากจำเลยที่ 1 โดยแสดงหลักฐานการรับมอบอำนาจจากโจทก์ และตกลงกับตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในขณะรับมอบรถยนต์คืนว่าโจทก์จะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น เห็นว่า ในวันที่ตัวแทนโจทก์ไปยึดรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 นายสำราญร่วมเดินทางไปกับนายสมเกียรติซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์และร่วมกันเจรจาขอรับรถยนต์คืนตลอดจนทำบันทึกการตรวจสภาพรถมอบให้แก่ตัวแทนของจำเลยที่ 1 พฤติการณ์ของนายสำราญที่แสดงออกเป็นตัวแทนของโจทก์ และโจทก์ก็รับเอารถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนไปจากการยึดครั้งนี้เห็นได้ว่าโจทก์เชิดนายสำราญออกแสดงเป็นตัวแทนของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 แต่อำนาจหน้าที่ของนายสำราญซึ่งเป็นตัวแทนเชิดมีเพียงเท่าที่ผู้รับมอบอำนาจช่วงของโจทก์มีอยู่ตามหนังสือมอบอำนาจที่แสดงต่อตัวแทนของจำเลยที่ 1 คือ

ติดตามเอาคืน ยึด เข้าครอบครอง เคลื่อนย้ายรถ แจ้งความร้องทุกข์ และกระทำการตามความจำเป็นตามกฎหมายเพื่อนำรถยนต์คันที่เช่าซื้อกลับคืนโจทก์ นายสำราญไม่มีอำนาจที่จะไปตกลงไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ กับจำเลยที่ 1 นอกเหนือไปจากความจำเป็นเพื่อยึดรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนได้ การที่นายสำราญไปทำหนังสือรับรองว่าจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นตามหนังสือรับรองซึ่งนอกเหนืออำนาจในการเป็นตัวแทน โดยโจทก์ไม่ได้ให้สัตยาบันแก่การนั้น ข้อตกลงดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วรรคแรก โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มานะ ศุภวิริยกุล · สุรพล เจียมจูไร · พีรพล พิชยวัฒน์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 312/2534

คำให้การของจำเลยที่ว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่บรรยายฟ้องว่า โจทก์มีใครเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์และลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องเป็นลายมือชื่อขอ…

Supreme Court Judgment No. 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

Supreme Court Judgment No. 15911/2555

โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทของจำเลยที่ 1 โดยติดต่อกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของจำเลยที่ 1 โดยสุจริต ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการขายรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะ…

Supreme Court Judgment No. 8149/2554

แม้จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีสถานีบริการอื่นมาเปิดใกล้เคียงกับสถานีบริการน้ำมันบางจากของจำเลยที่ 1 ก็เป็นวิสัยของการประกอบการที่จะต้องมีการแข่งขัน ไม่ทำให้การชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 กลายเป็นพ้นวิสัยอันทำให้จำ…

Supreme Court Judgment No. 3432/2554

โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าจ้างโดยบรรยายฟ้องสรุปได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เข้าทำสัญญารับจ้างรับเหมาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ และเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ให้เป็นผู้รั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up