คำฟ้องและคำให้การ
เดิมโจทก์หกรายฟ้องจำเลยเดียวกัน 6 สำนวนว่านายจินดา เทพอรชรลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกข้าวและถังน้ำมันมีคนโดยสารด้วยมาจากสกลนครไปอุดรธานี นายจินดาเมาขับรถยนต์เบียดสะพานแล้ววิ่งไปชนเกวียนจนรถยนต์คว่ำทำให้เกวียนของโจทก์ 2 สำนวนซึ่งคดีถึงที่สุดไปแล้วเสียหาย และทำให้ผู้ที่นั่งมาในรถยนต์คือนางบุญนางเภา โจทก์ นางปอย มารดานายช้าง โจทก์ ด.ช.ทองจันทร์ด.ช.คำพงษ์และ ด.ช.คำพง บุตรนายทองสาโจทก์บาดเจ็บต่อมานางปอยตาย จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำเลยต่อสู้ว่านายจินดาไม่ใช่ลูกจ้าง รถคันหมายเลข 21 เป็นรถบรรทุกของไม่ใช่รถโดยสาร โจทก์ผู้มากับรถได้ขอโดยสารโดยไม่เสียค่าโดยสาร แม้จะเสียหายก็ไม่ต้องรับผิดเมื่อยื่นคำให้การจำเลยขอให้เรียกนายจินดาและนายสมควรเข้ามาเป็นจำเลยร่วม
ศาลอนุญาตให้เรียกนายจินดาเข้ามาเป็น จำเลยร่วมในคดีนางบุญโจทก์ นายจินดาให้การรับว่าได้ขับรถยนต์ขององค์การร.ส.พ.โดยประมาทโจทก์ได้รับความเสียหายจริง และตนเป็นลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถยนต์ในฐานะลูกจ้าง และตามคำสั่งขององค์การ ร.ส.พ.ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาให้จำเลยร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายให้นางบุญ 1,500 บาท และให้ร.ส.พ. จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่นางเภาโจทก์ 1,500 บาท แก่นายช้างโจทก์ 5,000 บาท แก่นายทองสาโจทก์ 2,450 บาทองค์การ ร.ส.พ.อุดรธานีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าให้ยกฟ้องคดีที่นางบุญ นางเภา นายช้างนายทองสา เป็นโจทก์ที่เกี่ยวกับ องค์การ ร.ส.พ. อุดรธานีจำเลยเสียนางบุญ นางเภา นายช้าง นายทองสา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่านายจินดาเป็นลูกจ้างขององค์การ ร.ส.พ.อุดรธานีจำเลย การที่นายจินดาขับรถยนต์คันหมายเลขที่ 21 ทั้งไปและกลับจากอุดรถึงนครพนมเป็นการที่กระทำไปในกิจการของนายจ้าง แม้ผู้บาดเจ็บเสียหายจะได้อาศัยรถยนต์มาด้วยก็ดี จะฟังว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของนายจินดายังไม่ชอบ องค์การ ร.ส.พ. จำเลยต้องรับผิดร่วมด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
Result
พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ผู้ฎีกาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น