Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5585/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ส. และ ว. ตกลงทำสัญญาเช่าซื้อและรับสร้อยคอทองคำรูปพรรณด้วยความสมัครใจ แม้ความประสงค์เดิมของ ส. และ ว. คือต้องการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อ ส. และ ว. ยินยอมทำสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นวิธีทางการค้าของบริษัท จ. ย่อมถือว่า ส. และ ว. เปลี่ยนเจตนาเดิมที่ต้องการกู้ยืมเงินมายินยอมผูกพันตนตามสัญญาเช่าซื้อโดยสมัครใจ นอกจากนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ส. และ ว. ต่างนำสร้อยคอทองคำรูปพรรณไปขายได้เงินไม่เท่ากัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบล่วงหน้าว่า ส. และ ว. จะขายสร้อยคอทองคำรูปพรรณหรือไม่ หรือหากขายจะได้เงินเพียงใด พฤติการณ์จึงฟังได้เพียงว่า จำเลยทั้งสองชักจูง ส. และ ว. ทำสัญญาเช่าซื้อสร้อยคอทองคำรูปพรรณจริง เพราะหากเป็นการให้กู้ยืมย่อมต้องทราบจำนวนเงินกู้ยืมที่แน่นอนขณะทำสัญญา นอกจากนี้หากจำเลยทั้งสองต้องการทำสัญญาเช่าซื้อเพื่ออำพรางการกู้เงิน ก็ย่อมสามารถมอบเงินกู้ให้ ส. และ ว. ได้ทันที โดยไม่จำต้องส่งมอบสร้อยคอทองคำรูปพรรณให้ ส. และ ว. เพื่อนำไปขายอีก พฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจฟังว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกให้กู้เงินโดยทำสัญญาเช่าซื้ออันเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้เงินเพื่อเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 91 ป.อ. Section 93 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 Section 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (ก) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวมสองกระทงจำคุก คนละ 6 เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นฎีกาโดยที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันว่า จำเลยทั้งสองเป็นพนักงานของบริษัทเจเนอรัล เซอร์วิส อิเล็คทริค (2003) จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้เช่าซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและทองคำรูปพรรณในระบบเงินผ่อน ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นางสุดใจและนางวงค์จันทร์ต่างทำสัญญาเช่าซื้อทองคำรูปพรรณหนัก 1 บาท คนละ 1 เส้นกับบริษัทเจเนอรัล เซอร์วิส อิเล็คทริค (2003) จำกัด ในราคา 11,137 บาท และ 10,450 บาท ตามลำดับ ตกลงให้ผ่อนชำระเป็นรายวันจนครบตามจำนวนในสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากทำสัญญานางสุดใจและนางวงค์จันทร์นำทองคำรูปพรรณที่เช่าซื้อไปขายให้แก่ห้างทองวรรณศุภ ได้เงิน 7,400 บาท และ 7,367 บาท ตามลำดับ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์มีนางสุดใจและนางวงค์จันทร์เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า พยานทั้งสองต้องการบริการกู้เงินด่วนจึงโทรศัพท์ติดต่อจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองนำสัญญาเช่าซื้อให้ลงชื่อและบอกว่าบริษัทไม่อนุมัติเงินสด แต่อนุมัติเป็นสร้อยคอทองคำรูปพรรณ หากต้องการเป็นเงินก็ให้เอาสร้อยคอทองคำรูปพรรณไปขายก็ตาม แต่พยานทั้งสองก็เบิกความทำนองเดียวกันว่า เหตุที่พยานทั้งสองรับเอาสร้อยคอทองคำรูปพรรณทั้งๆ ที่ต้องการเป็นเงินเพราะจำเป็นต้องใช้เงินจึงรับสร้อยคอทองคำรูปพรรณไปขายเพื่อได้เงินมา ย่อมแสดงว่าพยานทั้งสองตกลงทำสัญญาเช่าซื้อและรับสร้อยคำทองคำรูปพรรณด้วยความสมัครใจ

แม้ความประสงค์เดิมของพยานทั้งสองคือต้องการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อพยานทั้งสองยินยอมทำสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นวิธีทางการค้าของบริษัทเจเนอรัล เซอร์วิส อิเล็คทริค (2003) จำกัด ย่อมถือว่าพยานทั้งสองเปลี่ยนเจตนาเดิมที่ต้องการกู้ยืมเงินมายินยอมผูกพันตนตามสัญญาเช่าซื้อโดยสมัครใจ นอกจากนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พยานทั้งสองต่างนำทองรูปพรรณไปขายได้เงินไม่เท่ากัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบล่วงหน้าว่าพยานทั้งสองจะขายสร้อยคอทองคำรูปพรรณหรือไม่ หรือหากขายจะได้เงินเท่าใด พฤติการณ์จึงฟังได้เพียงว่า จำเลยทั้งสองชักจูงให้พยานทั้งสองทำสัญญาเช่าซื้อทองคำรูปพรรณจริง เพราะหากเป็นการให้กู้ยืมย่อมต้องทราบจำนวนเงินกู้ยืมที่แน่นอนขณะทำสัญญา

นอกจากนี้หากจำเลยทั้งสองต้องการทำสัญญาเช่าซื้อเพื่ออำพรางการกู้เงิน ก็ย่อมสามารถมอบเงินกู้ให้พยานทั้งสองได้ทันที โดยไม่จำต้องส่งมอบสร้อยคอทองคำให้พยานทั้งสองเพื่อนำไปขายอีก อาศัยเหตุดังวินิจฉัย พฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจฟังว่า จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกให้กู้เงินโดยทำสัญญาเช่าซื้ออันเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้เงินเพื่อเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ทวีศักดิ์ ทองภักดี · อดิศักดิ์ ปัตรวลี · เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์
Lower court
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายเอกพงษ์ ตั้งวิชาชาญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน
Supreme Court black case no.
อ.5822/2552
Trial court black case no.
อ3463/2547
Trial court red case no.
อ2113/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2517/2541

โทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดเวลาเพียง 3 เดือน หรือน้อยกว่าดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 ต้องถือเอาโทษจำคุกที่ศาลลง ในแต่ละกระทงความผิด จะรวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิดในคดีนั้…

Supreme Court Judgment No. 361/2530

ปัญหาเรื่องวิธีเพิ่มโทษและการคำนวณลดโทษเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่าในชั้นอุทธรณ์จำเลยย่อมยกขึ้นว่าในชั้นฎีกาได้และแม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจจะยกขึ้น…

Supreme Court Judgment No. 3279/2528

โจทก์มีพยานเห็นเพียงจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และพวกฉุดผู้ตายลงจากรถจักรยานพาเข้าไปข้างทาง แต่เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเราและฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิด และสถานที่ซึ่งผู้ตา…

Supreme Court Judgment No. 3247/2527

การที่ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้เพิ่มโทษจำเลยเป็นไม่เพิ่มโทษนั้น ไม่เป็นการแก้บทความผิด จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยกระทงละ 5 ปี จึงต้อ…

Supreme Court Judgment No. 6267/2568

ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร กับความผิดฐานนำอาวุธปืนเข้าไปในสถานบริการเป็นความผิดหลายกรรมต่างกรรมกันหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up