Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5598/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยได้ลงทุนก่อสร้างโรงแรมแล้วยกกรรมสิทธิ์ในสิ่งก่อสร้างให้แก่เจ้าของที่ดิน โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยมีสิทธิเช่าโรงแรมที่ก่อสร้างเพื่อดำเนินกิจการโรงแรมเป็นเวลา 16 ปี 6 เดือน และตลอดเวลาการเช่า จำเลยจะเป็นผู้ชำระค่าภาษีโรงเรือน ภาษีการค้าหรือภาษีอื่นใด และภาษีส่วนที่ทางราชการประเมินสูงกว่าที่ปรากฏในสัญญาเช่า การที่จำเลยยกกรรมสิทธิ์ในที่ก่อสร้างให้แก่เจ้าของที่ดินนี้ กรมสรรพากรถือว่าเป็นรายได้พึงประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินมีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงที่จะต้องเสียภาษี เมื่อพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาแล้ว ถ้าเจ้าของที่ดินมีเจตนาให้จำเลยชำระภาษีส่วนนี้แทนด้วยก็ควรจะต้องระบุไว้ให้ชัดแจ้งเพราะภาษีโรงเรือน ภาษีการค้า ยังระบุไว้ได้ หรือมิฉะนั้นระบุว่าภาษีใด ๆ ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องระบุรายละเอียดว่าเป็นภาษีในกรณีใดบ้างอย่างเช่นที่ได้ระบุไว้ในสัญญาเช่า ทำให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่ามิได้หมายความรวมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีส่วนนี้แทนเจ้าของที่ดิน โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกของเจ้าของที่ดินย่อมไม่มีสิทธิยกเอาเหตุนี้มาบอกเลิกสัญญาเช่าได้.

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 40 ป.รัษฎากร Section 41 ป.พ.พ. Section 11 ป.พ.พ. Section 132 ป.พ.พ. Section 368 ป.พ.พ. Section 554

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2514 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าและจดทะเบียนการเช่าโรงแรมลิเบอร์จากนางถนอม วิเศษอรัญญาการมีกำหนด 16 ปี 6 เดือน โดยมีข้อตกลงตามสัญญาเช่า ข้อ 2 วรรค 2กำหนดให้จำเลยผู้เช่าเป็นผู้ออกเงินค่าภาษีโรงเรือน ภาษีการค้าหรือภาษีอื่นใด และภาษีส่วนที่ทางราชการประเมินสูงกว่าที่ปรากฏในสัญญานี้ ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางถนอม และโจทก์ได้จดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยเช่าอยู่ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2521เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ของกรมสรรพากรได้ประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาส่งมายังโจทก์ และแจ้งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เกี่ยวกับประเมินค่าเช่าโรงแรมที่จำเลยเช่าเพิ่มขึ้นจากเดิมย้อนหลังไประหว่างปี

พ.ศ. 2515 ถึงปี พ.ศ. 2519 เป็นเงิน 504,610.88 บาทโจทก์แจ้งให้จำเลยชำระแทน แต่จำเลยเพิกเฉย ถือว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าโจทก์จึงได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าขอขับไล่จำเลยออกจากโรงแรมที่เช่า แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากโรงแรมลิเบอร์ตี้และส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าภาษี504,610.88 บาท และค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,200,000 บาทกับค่าใช้จ่ายในการอุทธรณ์ภาษี 50,000 บาท รวมเป็นเงิน1,754,610.88 บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 400,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบโรงแรมที่เช่าคืนในสภาพเรียบร้อยจำเลยให้การว่า ตามสัญญาเช่า คำว่าภาษีอื่นใดซึ่งจำเลยยอมออกให้ต้องเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากทรัพย์สินที่เช่า แต่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่โจทก์ถูกเรียกเก็บ

ไม่เกี่ยวกับภาษีที่เรียกเก็บจากทรัพย์ที่เช่า จำเลยไม่ต้องรับผิดโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดค่าใช้จ่ายในการอุทธรณ์ภาษี และค่าเสียหายสำหรับอาคารที่เช่าไม่เกินเดือนละ40,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องให้โจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นเรียกเก็บจากรายได้ของบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ในรอบปีที่ได้รับเงินหรือทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นอันกฎหมายถือว่าเป็นเงินได้อันจะต้องเสียภาษีดังนั้นบุคคลใดก็ตามที่มีเงินได้เข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด บุคคลนั้นก็มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีที่จำเลยได้ก่อสร้างอาคารโรงแรมลิเบอร์ตี้และยกกรรมสิทธิ์ให้แก่นางถนอม ซึ่งกรมสรรพากรถือว่าเป็นทรัพย์สินรายได้พึงประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนางถนอม

นางถนอมมีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงที่จะต้องเสียภาษีเพราะได้ทรัพย์สินดังกล่าวมามิใช่จำเลยโจทก์ฎีกาว่าประมวลรัษฎากรมิได้บัญญัติห้ามไว้โดยชัดแจ้งว่าบุคคลอื่นจะออกเงินเสียภาษีแทนบุคคลธรรมดาผู้นั้นไม่ได้ แต่ตามสัญญาเช่าในคดีนี้เมื่อพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาถ้านางถนอมมีเจตนาให้จำเลยชำระภาษีส่วนนี้แทนด้วยก็ควรจะต้องระบุไว้ให้ชัดแจ้งเพราะภาษีโรงเรือน ภาษีการค้ายังระบุไว้ได้ มิฉะนั้นแล้วระบุว่าภาษีใด ๆ ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องระบุรายละเอียดว่าเป็นภาษีในกรณีใดบ้างอย่างเช่นที่ได้ระบุไว้ในสัญญาเช่านี้ นอกจากนี้โจทก์เพิ่งแจ้งให้จำเลยทราบเมื่อ พ.ศ. 2527 คือหลังจากถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บเพิ่มเป็นเวลาถึง 7 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยได้ชำระภาษีโรงเรือนแทนฝ่ายโจทก์มาโดยตลอด โดยโจทก์ออกเงินไปก่อนแล้วจึงมาเก็บจากจำเลยในภายหลังชอบที่จะถือว่าฝ่ายจำเลยมีหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่จะต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาส่วนที่โจทก์ฟ้องแทนโจทก์ด้วย เห็นว่าเดิมที่เดียวคู่สัญญาคงคาดไม่ถึงว่ากรมสรรพากรจะเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนนี้จากนางถนอมจึงมิได้ระบุไว้ให้ชัดแจ้งเช่นภาษีโรงเรือนภาษีการค้า ทำให้เห็นเจตนาของคู่สัญญาว่ามิได้ความรวมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีส่วนนี้แทนโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิยกเอาเหตุนี้มาบอกเลิกสัญญาเช่าเพื่อฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 598/2537

กรมธรรม์ประกันภัยมีเงื่อนไขแห่งความรับผิดว่าจำเลยจะต้องรับผิดในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยในกรณีที่ทรัพย์สินสูญเสียหรือเสียหายเนื่องจากเพลิงไหม้ หรือฟ้าผ่าหรือการระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือปร…

Supreme Court Judgment No. 1114/2533

ข้อความในสัญญาที่ว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะ ผู้จำนำ ยอม รับผิดในฐานะ ลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 นั้น หมายความเพียงว่าจำเลยที่ 2จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมภายในวงเงินที่นำทรัพย์สินมาจำนำเป็นประกันหนี้เท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 3518/2532

กรมธรรม์ประกันภัยระบุว่า จำเลยจะต้องรับผิดในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยต้องสูญเสียหรือเสียหายไปเฉพาะเนื่องจากเพลิงไหม้หรือฟ้าผ่าหรือการระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่า…

Supreme Court Judgment No. 3489/2527

จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานของโจทก์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกการเงินมีหน้าที่รับผิดชอบในการรับเงินและจ่ายเงินให้ถูกต้อง ตลอดจนการฝากเงิน ถอนเงินธนาคาร และรวบรวมเงินที่คงเหลือทุกวันส่งผู้ช่วยหัวหน้ากองบัญชีและก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2515 (ref. 28821)

ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยผู้เช่าได้กั้นห้องด้วยไม้อัดไม่แน่นหนา รื้อออกได้ง่ายและไม่ทำให้เกิดความเสียหายหรือเปลี่ยนแปลงรูปทรงอาคารเดิมของโจทก์ จึงไม่ถือว่าเป็นการดัดแปลงหรือต่อเติมแก่ทรัพย์ที่เช่าส่วนก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up