Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56101)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า ผู้ร้องฎีกาพร้อมยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา และสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวและมีคำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับด้วย หมายเหตุ โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 4) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์รวม 4 รายการเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ในฐานะผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาต ให้เข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ ขอให้ศาลดำเนินคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 170,165 แผ่นที่ 6) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องฎีกาข้อ 2 ว่า ผู้พิพากษาที่ ไม่ใช่เจ้าของสำนวนเป็นผู้ทำคำสั่งคดีนี้เป็นการไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายนั้น ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่ลงชื่อเป็นองค์คณะ ในคำสั่งต่างได้นั่งพิจารณาคดีนี้มาแล้ว ฎีกาข้อนี้ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามท้องสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ผู้ร้องฎีกาข้อ 3 ว่า ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัย เรื่องที่ผู้คัดค้านเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ได้หรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาด ในเรื่องดังกล่าวเสียก่อน จึงไม่ชอบนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ในคำพิพากษาแล้ว เท่ากับเห็นว่า ไม่มีเหตุอันสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ผู้ร้องฎีกาข้อ 4 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์และโจทก์ถอนการบังคับคดีทรัพย์ที่ยึดจึงตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องแล้ว คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2จึงไม่ชอบนั้น ปัญหาที่ว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์ อย่างใดหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องยกขึ้นอุทธรณ์ โดยไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ฎีกาข้อนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เช่นกันที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 8/2536นายสุรกิจ งามวัฒนาเจริญโจทก์บริษัทฮิมพาเลซ จำกัดผู้ร้องบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัดผู้คัดค้านบริษัทนครสวรรค์โรงแรมนครอินทร์ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทฮิมพาเลซ จำกัด ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาพร้อมยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งฎีกาว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา และสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องดังกล่าวและมีคำสั่งให้รับคำร้องขอทุเลาการบังคับด้วย หมายเหตุ โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 4) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์รวม 4 รายการเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ในฐานะผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาต ให้เข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ ขอให้ศาลดำเนินคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 170,165 แผ่นที่ 6) ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 183) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ผู้ร้องฎีกาข้อ 2 ว่า ผู้พิพากษาที่ ไม่ใช่เจ้าของสำนวนเป็นผู้ทำคำสั่งคดีนี้เป็นการไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายนั้น ปรากฏว่าผู้พิพากษาที่ลงชื่อเป็นองค์คณะ ในคำสั่งต่างได้นั่งพิจารณาคดีนี้มาแล้ว ฎีกาข้อนี้ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามท้องสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ผู้ร้องฎีกาข้อ 3 ว่า ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัย เรื่องที่ผู้คัดค้านเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ได้หรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาด ในเรื่องดังกล่าวเสียก่อน จึงไม่ชอบนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ในคำพิพากษาแล้ว เท่ากับเห็นว่า ไม่มีเหตุอันสมควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

ผู้ร้องฎีกาข้อ 4 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์และโจทก์ถอนการบังคับคดีทรัพย์ที่ยึดจึงตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องแล้ว คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2จึงไม่ชอบนั้น ปัญหาที่ว่าผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้โจทก์ อย่างใดหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องยกขึ้นอุทธรณ์ โดยไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ฎีกาข้อนี้ จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เช่นกันที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาทั้งสามข้อชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up