Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56168)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ฎีกาข้อ 4 เป็นฎีกา โต้แย้งคำสั่งศาลที่ไม่ไปเดินเผชิญสืบซึ่งเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคัดค้านไว้ จึงต้อง ห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 226 ส่วนฎีกาอื่น ๆ เป็นฎีกาโต้แย้ง ดุลยพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่าโจทก์นำคดีมาฟ้องโดยเสียค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบ ไม่ชอบด้วย กฎหมาย ฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอน นิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณ เป็นราคาเงินได้จำเลยทั้งสองจึงฎีกาได้ฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหา ข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีผิดไปจากข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในสำนวนเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และฎีกาข้อ 4 ที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์ว่าประเด็นข้อพิพาท ไม่เกี่ยวกับการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแล้วสั่งงดเดิน เผชิญสืบ แต่เมื่อมีคำพิพากษากลับยกเหตุผลเรื่องการครอบครอง ที่ดินขึ้นวินิจฉัยเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผิดพลาด จำเลยทั้งสองฎีกา จึงได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยทั้งสองต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระค่าคำร้องมา 20 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 404ตำบลกันตังใต้อำเภอกันตัง จังหวัดตรังระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แล้วให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียน ขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ พร้อมกับรับชำระราคาที่ดินจำนวน 10,000 บาท จากโจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอา คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 96)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ค่าขึ้นศาลที่เรียกเก็บจากโจทก์ในขณะที่ยื่นคำฟ้องนั้น แม้ต่อมาในภายหลังจะปรากฏว่า โจทก์ ชำระค่าขึ้นศาลไม่ถูกต้อง ก็หาได้มีกฎหมายบัญญัติให้การพิจารณา พิพากษาคดีต้องเสียไปไม่ และเมื่อคดีล่วงเลยไปถึงขั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิจารณาและพิพากษาคดีแล้วจึงไม่มีเหตุ สมควรจะหยิบยกเรื่องโจทก์ชำระค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นครบถ้วน หรือไม่ขึ้นมาพิจารณาอีก ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ชำระ ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมาย ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ส่วนข้อ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดเผชิญสืบที่ดินพิพาทแต่กลับยกเหตุเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินพิพาทขึ้นอ้างในคำพิพากษาจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดพลาด ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นเผชิญสืบที่ดินพิพาท แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น เห็นว่าคำสั่งให้งดเผชิญสืบที่ดินพิพาทของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกาตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2),247 สำหรับฎีกาข้ออื่น ๆ นอกจากนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เช่นกัน คำสั่ง ศาลชั้นต้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 612/2536นายหมีด โต๊ะมาโจทก์นายชัด อยู่เด็น กับพวกจำเลยนายอีน จิตฆาต ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 226, ม. 249ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ฎีกาข้อ 4 เป็นฎีกา โต้แย้งคำสั่งศาลที่ไม่ไปเดินเผชิญสืบซึ่งเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคัดค้านไว้ จึงต้อง ห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 226 ส่วนฎีกาอื่น ๆ เป็นฎีกาโต้แย้ง

ดุลยพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่าโจทก์นำคดีมาฟ้องโดยเสียค่าธรรมเนียมศาลไม่ครบ ไม่ชอบด้วย กฎหมาย ฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอน นิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณ เป็นราคาเงินได้จำเลยทั้งสองจึงฎีกาได้ฎีกาข้อ 3 เป็นปัญหา ข้อกฎหมายว่าศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีผิดไปจากข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในสำนวนเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และฎีกาข้อ 4 ที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์ว่าประเด็นข้อพิพาท ไม่เกี่ยวกับการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแล้วสั่งงดเดิน เผชิญสืบ แต่เมื่อมีคำพิพากษากลับยกเหตุผลเรื่องการครอบครอง ที่ดินขึ้นวินิจฉัยเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผิดพลาด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา จึงได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยทั้งสองต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97)จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระค่าคำร้องมา 20 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 404ตำบลกันตังใต้อำเภอกันตัง จังหวัดตรังระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แล้วให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียน ขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ พร้อมกับรับชำระราคาที่ดินจำนวน 10,000 บาท จากโจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอา คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 96)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล (อันดับ 97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

เห็นว่า ค่าขึ้นศาลที่เรียกเก็บจากโจทก์ในขณะที่ยื่นคำฟ้องนั้น แม้ต่อมาในภายหลังจะปรากฏว่า โจทก์ ชำระค่าขึ้นศาลไม่ถูกต้อง ก็หาได้มีกฎหมายบัญญัติให้การพิจารณา พิพากษาคดีต้องเสียไปไม่ และเมื่อคดีล่วงเลยไปถึงขั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิจารณาและพิพากษาคดีแล้วจึงไม่มีเหตุ สมควรจะหยิบยกเรื่องโจทก์ชำระค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นครบถ้วน หรือไม่ขึ้นมาพิจารณาอีก

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ชำระ ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมาย ที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ส่วนข้อ

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดเผชิญสืบที่ดินพิพาทแต่กลับยกเหตุเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินพิพาทขึ้นอ้างในคำพิพากษาจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดพลาด ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นเผชิญสืบที่ดินพิพาท แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น เห็นว่าคำสั่งให้งดเผชิญสืบที่ดินพิพาทของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกาตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2),247 สำหรับฎีกาข้ออื่น ๆ นอกจากนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 เช่นกัน คำสั่ง ศาลชั้นต้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สะสม สิริเจริญสุข · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4474/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีร้องขัดทรัพย์จะถึงที่สุด คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยที่ 3 ที่ขอให้ยกคดีนี้ขึ้นพิจารณาใหม่และยกคำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้อง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิ…

Supreme Court Judgment No. 12434/2558

คำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งได้จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ และต้องอุทธรณ์คำสั่งหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วตาม ป.วิ.พ. ม…

Supreme Court Judgment, B.E. 2553 (ref. 508236)

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไม่ถูกต้องโดยขอให้กำหนดประเด็นเพิ่มว่า จำเลยทั้งสามต่อเติมผนังคอนกรีตด้านหลังตึกแถวของจำเลยทั้งสามรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยสุจริตหรือไม่ด้ว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 266719)

จำเลยโต้แย้งว่า ป.รัษฎากร มาตรา 8 วรรคสาม, 33 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 (4) (9) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ ขอให้ศาลล้มละลายกลางส่งคำร้องข…

Supreme Court Judgment No. 6747/2545

จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การและเห็นว่าฟ้องแย้งเป็นคดีมีทุนทรัพย์จึงให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายใน 3 วัน หากไม่เสียให้ถือว่าทิ้งฟ้องแย้ง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up