Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56428)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในชั้นฎีกาเพียง 79,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์โต้แย้งเรื่องการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ที่มีชื่อในคู่มือจดทะเบียนรถยนต์นั้นเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์ จะต้องรับผิดเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น และสภาพนิติบุคคลยังคงอยู่ตลอดไปจนกว่าผู้ชำระบัญชีได้สรุปทำรายงานรวบรวมทรัพย์สินและชำระหนี้สินแล้วแจ้งนายทะเบียนกลางเห็นชอบ อันเป็นข้อกฎหมายซึ่งจะแปลหรือตีความให้เป็นอื่นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 102,104,103) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 79,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ไม่ต้องรับผิดเกินกว่า ทรัพย์มรดกของนายบรรจงที่ตกทอดแก่ตน ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหาย 79,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายบรรจง ทุนสูงเนิน ที่ตกทอดได้แก่ตน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 97) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 4 ไม่ได้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุ จึงไม่ต้องร่วมรับผิด ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 4 มีชื่อในใบคู่มือจดทะเบียนรถย่อมฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุต้องผูกพันรับผิดด้วยนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อคดีของโจทก์ มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาเพียง 79,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าสภาพนิติบุคคลของจำเลยที่ 4 ยังคงมีอยู่ตลอดไปจนกว่าผู้ชำระบัญชีได้ สรุปทำรายงานรวบรวมทรัพย์สินและชำระหนี้สินเสร็จสิ้น และแจ้งนายทะเบียนกลางอนุมัติเห็นชอบแล้ว จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ต่อไปนั้น เห็นว่า เมื่อคดีของโจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยมาว่าจำเลยที่ 4 ไม่ได้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุซึ่งจำเลยที่ 4 ย่อมไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์แล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องคืนค่าคำร้องที่เสียเกินมา 160 บาทให้โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1956/2536กรมทางหลวงโจทก์นางลิ้ว พรรณวงษ์หรือทุนสูงเนิน กับพวกจำเลยนายสัญญา ไพเราะ ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในชั้นฎีกาเพียง 79,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์โต้แย้งเรื่องการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ที่มีชื่อในคู่มือจดทะเบียนรถยนต์นั้นเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์ จะต้องรับผิดเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น และสภาพนิติบุคคลยังคงอยู่ตลอดไปจนกว่าผู้ชำระบัญชีได้สรุปทำรายงานรวบรวมทรัพย์สินและชำระหนี้สินแล้วแจ้งนายทะเบียนกลางเห็นชอบ อันเป็นข้อกฎหมายซึ่งจะแปลหรือตีความให้เป็นอื่นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย

หมายเหตุ จำเลยทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 102,104,103) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 79,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ไม่ต้องรับผิดเกินกว่า ทรัพย์มรดกของนายบรรจงที่ตกทอดแก่ตน ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหาย 79,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายบรรจง ทุนสูงเนิน ที่ตกทอดได้แก่ตน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 97) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 4 ไม่ได้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุ จึงไม่ต้องร่วมรับผิด

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 4 มีชื่อในใบคู่มือจดทะเบียนรถย่อมฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุต้องผูกพันรับผิดด้วยนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อคดีของโจทก์ มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาเพียง 79,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าสภาพนิติบุคคลของจำเลยที่ 4 ยังคงมีอยู่ตลอดไปจนกว่าผู้ชำระบัญชีได้ สรุปทำรายงานรวบรวมทรัพย์สินและชำระหนี้สินเสร็จสิ้น และแจ้งนายทะเบียนกลางอนุมัติเห็นชอบแล้ว จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ต่อไปนั้น เห็นว่า เมื่อคดีของโจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยมาว่าจำเลยที่ 4 ไม่ได้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุซึ่งจำเลยที่ 4 ย่อมไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์แล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องคืนค่าคำร้องที่เสียเกินมา 160 บาทให้โจทก์

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · อัมพร เดชศิริ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up