Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56452)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 3 ของโจทก์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหาย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม ส่วนฎีกาข้อ 2 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควร ได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนมากกว่า 441,000 บาท ซึ่งทุนทรัพย์ พิพาทกันในชั้นฎีกาจะต้องถือเอาทุนทรัพย์ในขณะยื่นฎีกา ไม่ใช่ ทุนทรัพย์ขณะยื่นฟ้องในศาลชั้นต้น และฎีกาข้อ 2 ของโจทก์ เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญในคดี เมื่อศาลล่างทั้งสอง พิพากษาส่วนนี้ตกบกพร่องไป โจทก์ก็ชอบที่จะยื่นฎีกาให้ศาลสูง วินิจฉัยให้ถูกต้องได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ยี่ห้อโคลท์แลนเซอร์หมายเลขทะเบียน1จ-9982 กรุงเทพมหานครคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย โดยให้โจทก์ชำระเงินจำนวน32,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันฟ้องแย้ง (วันที่ 31 ตุลาคม 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง และให้โจทก์ชำระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับ รถดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสองเดือนละ100 บาท นับแต่ วันฟ้องแย้งจนกว่าจำเลยทั้งสองจะส่งมอบรถคืนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ยี่ห้อโคลท์แลนเซอร์หมายเลขทะเบียน1จ-9982 กรุงเทพมหานคร คืนโจทก์ในสภาพ ให้จำเลย ทั้งสองร่วมกันคืนเงินทดรองจ่ายจำนวน 18,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (17 กันยายน 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทั้งสองต่างยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ส่วนฎีกาของโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 101,99)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 107)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์นั้นเห็นว่า ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา โจทก์จะนำค่าเสียหายและดอกเบี้ยในอนาคตมาคำนวณเป็นทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่ได้ คดีนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องในชั้นฎีกาจึงเท่ากับทุนทรัพย์ที่ฟ้องในศาลชั้นต้นคือ 111,000 บาท ส่วนเงินทดรองจ่าย 18,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระแก่โจทก์แล้ว ไม่จำต้องนำมารวมเป็นทุนทรัพย์ ที่ฟ้องในชั้นฎีกา โจทก์ฎีกาในการกำหนดค่าเสียหายเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายว่าจำเลยทั้งสองไม่อยู่ในฐานะผู้ครอบครองรถไว้ ในฐานะผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าดูแลรักษารถและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับรถนั้นเห็นว่าปัญหานี้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2170/2536นายพรชัย ด่านศิริวุฒิโจทก์นายประมวล รอบคอบ กับพวกจำเลยนายพรชัย ด่านศิริวุฒิ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 3 ของโจทก์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหาย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม ส่วนฎีกาข้อ 2 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควร ได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนมากกว่า 441,000 บาท ซึ่งทุนทรัพย์ พิพาทกันในชั้นฎีกาจะต้องถือเอาทุนทรัพย์ในขณะยื่นฎีกา ไม่ใช่ ทุนทรัพย์ขณะยื่นฟ้องในศาลชั้นต้น และฎีกาข้อ 2 ของโจทก์ เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญในคดี เมื่อศาลล่างทั้งสอง พิพากษาส่วนนี้ตกบกพร่องไป

โจทก์ก็ชอบที่จะยื่นฎีกาให้ศาลสูง วินิจฉัยให้ถูกต้องได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ยี่ห้อโคลท์แลนเซอร์หมายเลขทะเบียน1จ-9982 กรุงเทพมหานครคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย โดยให้โจทก์ชำระเงินจำนวน32,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันฟ้องแย้ง (วันที่ 31 ตุลาคม 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง และให้โจทก์ชำระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับ รถดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสองเดือนละ100 บาท นับแต่ วันฟ้องแย้งจนกว่าจำเลยทั้งสองจะส่งมอบรถคืนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ยี่ห้อโคลท์แลนเซอร์หมายเลขทะเบียน1จ-9982 กรุงเทพมหานคร

คืนโจทก์ในสภาพ ให้จำเลย ทั้งสองร่วมกันคืนเงินทดรองจ่ายจำนวน 18,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (17 กันยายน 2533) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทั้งสองต่างยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง ส่วนฎีกาของโจทก์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 101,99)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 107)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์นั้นเห็นว่า ทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา โจทก์จะนำค่าเสียหายและดอกเบี้ยในอนาคตมาคำนวณเป็นทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่ได้ คดีนี้ทุนทรัพย์ที่ฟ้องในชั้นฎีกาจึงเท่ากับทุนทรัพย์ที่ฟ้องในศาลชั้นต้นคือ 111,000 บาท ส่วนเงินทดรองจ่าย 18,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระแก่โจทก์แล้ว ไม่จำต้องนำมารวมเป็นทุนทรัพย์ ที่ฟ้องในชั้นฎีกา

โจทก์ฎีกาในการกำหนดค่าเสียหายเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายว่าจำเลยทั้งสองไม่อยู่ในฐานะผู้ครอบครองรถไว้ ในฐานะผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าดูแลรักษารถและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเกี่ยวกับรถนั้นเห็นว่าปัญหานี้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์

Matter details

Panel of judges
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment No. 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up