Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56485)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่ชัดแจ้งว่า เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกอุทธรณ์จำเลยเพราะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้ใหม่ แต่เป็นการฎีกาในเนื้อหาของเรื่องขอให้ยกฟ้องโจทก์เลย จึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นหลักได้โต้เถียงว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งแปลงแต่ผู้เดียว ซึ่งมีราคาทุนทรัพย์เกินกว่า 50,000 บาท จำเลยมิได้โต้เถียงว่าที่พิพาทเฉพาะสองส่วนเท่านั้นเป็นของจำเลย จึงเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อย่างชัดแจ้ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 60) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดิน น.ส.3เลขที่ 1075 ตำบลโคกขมิ้นอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ออกเป็น 14 ส่วนเท่ากัน ให้โจทก์ทั้งสองได้คนละหนึ่งส่วนหากไม่สามารถแบ่งที่ดินดังกล่าวได้ก็ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งออกเป็น 14 ส่วนเท่ากัน โดยให้โจทก์ทั้งสองได้คนละหนึ่งส่วน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 56) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 60) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว แม้ฎีกาของจำเลยจะโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไว้อย่างชัดแจ้งก็ตาม แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ดินราคา60,000 บาท ออกเป็น 14 ส่วน ให้โจทก์คนละส่วน จำเลยให้การว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลย ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันคือราคาที่ดินเพียง 2 ส่วน ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าแต่ละส่วนมีราคาไม่เกิน 50,000 บาท คดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษา การที่จำเลยฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2257/2536นางโม เรียงเงิน กับพวกโจทก์นายทอน ดวงกระจายจำเลยนายทอน ดวงกระจาย จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่ชัดแจ้งว่า เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกอุทธรณ์จำเลยเพราะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้ใหม่ แต่เป็นการฎีกาในเนื้อหาของเรื่องขอให้ยกฟ้องโจทก์เลย จึงเป็นฎีกาในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นหลักได้โต้เถียงว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งแปลงแต่ผู้เดียว ซึ่งมีราคาทุนทรัพย์เกินกว่า 50,000 บาท จำเลยมิได้โต้เถียงว่าที่พิพาทเฉพาะสองส่วนเท่านั้นเป็นของจำเลย จึงเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อย่างชัดแจ้ง

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 60) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดิน น.ส.3เลขที่ 1075 ตำบลโคกขมิ้นอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ออกเป็น 14 ส่วนเท่ากัน ให้โจทก์ทั้งสองได้คนละหนึ่งส่วนหากไม่สามารถแบ่งที่ดินดังกล่าวได้ก็ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งออกเป็น 14 ส่วนเท่ากัน โดยให้โจทก์ทั้งสองได้คนละหนึ่งส่วน ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 56) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 60) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว แม้ฎีกาของจำเลยจะโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไว้อย่างชัดแจ้งก็ตาม แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ดินราคา60,000 บาท ออกเป็น 14 ส่วน ให้โจทก์คนละส่วน จำเลยให้การว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลย ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันคือราคาที่ดินเพียง 2 ส่วน ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าแต่ละส่วนมีราคาไม่เกิน 50,000 บาท คดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษา การที่จำเลยฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สันติ ทักราล · สมชัย ศิริบุตร · สวรรค์ ศักดารักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

Supreme Court Judgment No. 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

Supreme Court Judgment No. 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

Supreme Court Judgment No. 1930/2563

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ เบี้ยปรับ มูลค่าลดลงที่กำหนด กับให้คืนรถที่เช่าในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up