Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56836)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ทุนทรัพย์ตามฟ้องและฟ้องแย้งที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทและเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ในคดีนี้ทุนทรัพย์ที่ฎีกามี 2 ทุนทรัพย์คือฎีกาในส่วนที่ความรับผิดของจำเลยที่มีต่อโจทก์จำนวน 114,595 บาท และฎีกาในส่วนที่จำเลยเรียกร้องจากโจทก์จำนวน 195,806.59 บาท จำนวนทุนทรัพย์คดีนี้เมื่อรวมกันแล้วจำนวน 310,401.59 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินเกินสองแสนบาทอนึ่งในส่วนการฟ้องแย้งซึ่งตามฎีกาข้อ 3 จำเลยได้ขอให้โจทก์ชำระเงินให้จำเลยจำนวน 195,806.59 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จซึ่งเมื่อคำนวณดอกเบี้ยแล้วทุนทรัพย์ในส่วนนี้ก็เกินสองแสนบาทจำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 111,343 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 28 กันยายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จส่วนฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสียจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 82)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2534มาตรา 18 ระบุว่า ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ ที่ พิพาท กันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ฟ้องแย้งของจำเลยมีทุนทรัพย์ 195,806.59 บาทส่วนดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จถือเป็นค่าเสียหายในอนาคตจะนำมารวมคำนวณ เป็นทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาด้วยหาได้ไม่ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยจะนำทุนทรัพย์ตามฟ้องโจทก์จำนวน 114,595 บาท มารวมคำนวณเป็นทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่ได้เช่นกัน ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1607/2535ห้างหุ้นส่วนจำกัด 1982 ดีไซน์โจทก์นางสาวอำไพ พึ่งสมบุญจำเลยนางสาวอำไพ พึ่งสมบุญ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ทุนทรัพย์ตามฟ้องและฟ้องแย้งที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทและเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ในคดีนี้ทุนทรัพย์ที่ฎีกามี 2 ทุนทรัพย์คือฎีกาในส่วนที่ความรับผิดของจำเลยที่มีต่อโจทก์จำนวน 114,595 บาท และฎีกาในส่วนที่จำเลยเรียกร้องจากโจทก์จำนวน 195,806.59 บาท จำนวนทุนทรัพย์คดีนี้เมื่อรวมกันแล้วจำนวน 310,401.59 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินเกินสองแสนบาทอนึ่งในส่วนการฟ้องแย้งซึ่งตามฎีกาข้อ 3 จำเลยได้ขอให้โจทก์ชำระเงินให้จำเลยจำนวน 195,806.59 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จซึ่งเมื่อคำนวณดอกเบี้ยแล้วทุนทรัพย์ในส่วนนี้ก็เกินสองแสนบาทจำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 111,343 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 28 กันยายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จส่วนฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสียจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 82)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2534มาตรา 18 ระบุว่า ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ ที่ พิพาท กันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง

ฟ้องแย้งของจำเลยมีทุนทรัพย์ 195,806.59 บาทส่วนดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จถือเป็นค่าเสียหายในอนาคตจะนำมารวมคำนวณ เป็นทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาด้วยหาได้ไม่ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยจะนำทุนทรัพย์ตามฟ้องโจทก์จำนวน 114,595 บาท มารวมคำนวณเป็นทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่ได้เช่นกัน ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญสิน ตุลากัน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56971)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้น สั่งว่า จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ห้ามมิให้ คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง และฎีกาของจำเลยทั้งสาม ล้วนเป็น ปัญหาในข้อเท็จจริง จึงต้อ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56815)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน200,000 บาท ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขแล้ว ไม่รับฎีกาของโจทก์โ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up