Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57103)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะที่กล่าวไว้ ในหน้า 13(ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 3 และ 4) ส่วนฎีกาในหน้า 12 ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 2) เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่งไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาในส่วนหน้า 12(ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 2)เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ หากยังไม่ทราบ ว่าการละเมิดเกิดขึ้นเมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดทำละเมิด ต่อโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในส่วนหน้า 12ดังกล่าว ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งหกยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6ร่วมกันคืนหรือชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นค่าก่อสร้างจำนวน 3 แห่งให้แก่โจทก์ โดยคิดค่าเสียหายเป็นเงินแห่งละ 16,035 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง(วันที่ 6 กรกฎาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่ทั้งนี้เมื่อคำนวณค่าเสียหายดังกล่าวแล้วต้องไม่เกินจำนวน 112,245 บาท หักด้วยจำนวน 68,140 บาทแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 130)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 141)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การข้อ 5ไว้ว่า จำเลยที่ 2 ขอตัดฟ้องโจทก์ว่าการละเมิดแห่งคดีนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2519 อันเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ได้เบิกเงิน ไปจากคลังจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งนับถึงวันฟ้องพ้น 10 ปีมาแล้ว และหากจะนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดก็พ้น 1 ปีมาแล้ว คดีจึงขาดอายุความสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาแก่จำเลยที่ 2 ได้ ฉะนั้นการที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันที่ 11 กันยายน 2529 แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2532 ซึ่งเกินกว่า 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงเป็นการวินิจฉัยไปตามข้อเถียงของจำเลยที่ 2 ตามที่ ศาลชั้นต้นกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทว่า คดีขาดอายุความ หรือไม่ที่โจทก์ฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ให้การ ต่อสู้ว่า โจทก์ทราบเหตุคดีนี้ตั้งแต่ปี 2525ถึง 2526 คดีขาดอายุความ โดยไม่ได้ยกข้อต่อสู้ว่า โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วในวันที่ 11 กันยายน 2529 คำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เลี่ยงกล่าวให้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3025/2535สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขโจทก์นายสมานหรือกช พลเยี่ยม กับพวกจำเลยนายมานพ ศักดาพร ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะที่กล่าวไว้ ในหน้า 13(ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 3 และ 4) ส่วนฎีกาในหน้า 12 ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 2) เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงมีคำสั่งไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาในส่วนหน้า 12(ข้อ 2 ย่อหน้าที่ 2)เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ หากยังไม่ทราบ ว่าการละเมิดเกิดขึ้นเมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดทำละเมิด ต่อโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในส่วนหน้า 12ดังกล่าว ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งหกยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6ร่วมกันคืนหรือชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นค่าก่อสร้างจำนวน 3 แห่งให้แก่โจทก์ โดยคิดค่าเสียหายเป็นเงินแห่งละ 16,035 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง(วันที่ 6 กรกฎาคม 2532) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแต่ทั้งนี้เมื่อคำนวณค่าเสียหายดังกล่าวแล้วต้องไม่เกินจำนวน 112,245 บาท หักด้วยจำนวน 68,140 บาทแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 130)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 141)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การข้อ 5ไว้ว่า จำเลยที่ 2 ขอตัดฟ้องโจทก์ว่าการละเมิดแห่งคดีนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2519 อันเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ได้เบิกเงิน ไปจากคลังจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งนับถึงวันฟ้องพ้น 10 ปีมาแล้ว และหากจะนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดก็พ้น 1 ปีมาแล้ว

คดีจึงขาดอายุความสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาแก่จำเลยที่ 2 ได้ ฉะนั้นการที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันที่ 11 กันยายน 2529 แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2532 ซึ่งเกินกว่า 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงเป็นการวินิจฉัยไปตามข้อเถียงของจำเลยที่ 2 ตามที่ ศาลชั้นต้นกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทว่า คดีขาดอายุความ หรือไม่ที่โจทก์ฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ให้การ ต่อสู้ว่า โจทก์ทราบเหตุคดีนี้ตั้งแต่ปี 2525ถึง 2526 คดีขาดอายุความ โดยไม่ได้ยกข้อต่อสู้ว่า โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วในวันที่ 11 กันยายน 2529 คำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ถูกต้อง

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เลี่ยงกล่าวให้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up