Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57623)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนเนื้อหาในฎีกาจะเป็นข้อกฎหมาย ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่านิติกรรมเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นข้อที่จำเลยต่อสู้มาแต่แรกจึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 31,800 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้แทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 136)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 141)คำสั่งพิเคราะห์แล้วที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกประเด็นที่ถูกต้องในข้อที่ว่า จำเลยที่ 1 รับเงินที่กู้ยืมจากโจทก์หรือไม่ขึ้นวินิจฉัย เนื่องจากจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่ามิได้รับเงินที่กู้ยืม กัน เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดเพี้ยนจากสำนวน เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยคดีจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องและได้รับ เงินตามสัญญากู้ไปแล้วดังนี้เป็นการวินิจฉัยคดีตรงตามประเด็นที่จำเลยอ้างแล้ว หาใช่เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ส่วนข้อที่ฎีกาว่าศาลควรต้องรับบัญชีระบุพยานของจำเลย แล้วส่งเอกสารหมาย ล.1ไปพิสูจน์ต่อไปนั้น มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วใน ศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลโดยหักไว้เป็นค่าคำร้อง 40 บาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1018/2533นางผุสดี ภักดีเสน่หาโจทก์นางพรพรรณ โศภิษธิกุล กับพวกจำเลยนางพรพรรณ โศภิษธิกุล ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายธีรวุฒิ โศภิษธิกุล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 150, ม. 248, ม. 249ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนเนื้อหาในฎีกาจะเป็นข้อกฎหมาย ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่านิติกรรมเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นข้อที่จำเลยต่อสู้มาแต่แรกจึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 31,800 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้แทนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 136)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 141)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้หยิบยกประเด็นที่ถูกต้องในข้อที่ว่า จำเลยที่ 1 รับเงินที่กู้ยืมจากโจทก์หรือไม่ขึ้นวินิจฉัย เนื่องจากจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่ามิได้รับเงินที่กู้ยืม กัน เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดเพี้ยนจากสำนวน เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยคดีจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องและได้รับ เงินตามสัญญากู้ไปแล้วดังนี้เป็นการวินิจฉัยคดีตรงตามประเด็นที่จำเลยอ้างแล้ว หาใช่เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองในข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ส่วนข้อที่ฎีกาว่าศาลควรต้องรับบัญชีระบุพยานของจำเลย แล้วส่งเอกสารหมาย

ล.1ไปพิสูจน์ต่อไปนั้น มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วใน ศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาลโดยหักไว้เป็นค่าคำร้อง 40 บาท

Matter details

Panel of judges
มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

Supreme Court Judgment No. 840/2537

โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61382)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉ…

Supreme Court Judgment No. 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

Supreme Court Judgment No. 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up