Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61382)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า 50,000 บาทและเป็นคดีฟ้องขับไล่ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้เกินกว่าเดือนละ 5,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ข้อเท็จจริงต่างกับคดีนี้ ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกำหนดประเด็นแห่งคดีไม่ถูกต้อง จำเลยชำระหนี้ด้วยเช็ค เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีการชำระเงินตามเช็คจะถือว่าจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์โดยชอบไม่ได้ เพราะมูลหนี้ตามเช็คซึ่งเป็นค่าเช่าห้องพิพาทยังไม่ระงับและการที่จำเลยนำค่าเช่าเพียง2 งวดเดือนไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์นั้น เป็นการวางทรัพย์ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่ครบจำนวน ข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาเป็นสาระแก่คดีทั้งสิ้น หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิบอกปัดไม่รับชำระหนี้ได้ จำเลยกระทำโดยไม่สุจริต การชำระหนี้ด้วยเช็คที่ไม่มีการชำระเงินตามเช็ค ไม่ทำให้หนี้ระงับการวางทรัพย์ไม่ชอบเช่นนี้ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและพิพากษากลับนอกจากนั้น ประเด็นที่จำเลยเดินท่อประปาเข้าไปในห้องพิพาทโดยพลการเป็นการผิดสัญญาหรือไม่ และเป็นอันตรายหรือไม่นั้น โจทก์เห็นว่าเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดี เพราะหากศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการผิดสัญญา ก็ย่อมพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีซึ่งปัญหาข้อนี้โจทก์ได้ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกประเด็น เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว โดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล (อันดับ 110 แผ่นที่ 6)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารเลขที่ 409ถนนเยาวราชแขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร ให้ส่งมอบอาคารในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับอาคารดังกล่าวต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 10 เดือน เป็นเงิน 20,000 บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 710 บาทและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 45,000 บาท นับแต่วันเลิกสัญญาจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 45,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 45,000 บาทแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทและส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์เสร็จสิ้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 105)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากทรัพย์ที่เช่าพร้อมทั้งเรียกค่าเช่าที่ค้าง 20,000 บาท กับดอกเบี้ยค่าเช่า710 บาท ทั้งเรียกค่าเสียหายถึงวันฟ้องอีก 45,000 บาท รวมเป็นทุนทรัพย์ 65,710 บาท จึงมีทุนทรัพย์เกิน 50,000 บาท ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อกฎหมายของโจทก์ก็เป็นสาระแก่คดีจึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป และให้คืนค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเรียกเกินมา 160 บาทแก่โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 101/2531ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีไทยณรงค์โจทก์นางสาวปราณี เหลืองตรีโรจน์จำเลยนายสุขุม พิริยานสรณ์ ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 150, ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า 50,000 บาทและเป็นคดีฟ้องขับไล่ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้เกินกว่าเดือนละ 5,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ข้อเท็จจริงต่างกับคดีนี้ ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกำหนดประเด็นแห่งคดีไม่ถูกต้อง จำเลยชำระหนี้ด้วยเช็ค เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีการชำระเงินตามเช็คจะถือว่าจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์โดยชอบไม่ได้

เพราะมูลหนี้ตามเช็คซึ่งเป็นค่าเช่าห้องพิพาทยังไม่ระงับและการที่จำเลยนำค่าเช่าเพียง2 งวดเดือนไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์นั้น เป็นการวางทรัพย์ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่ครบจำนวน ข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาเป็นสาระแก่คดีทั้งสิ้น หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิบอกปัดไม่รับชำระหนี้ได้ จำเลยกระทำโดยไม่สุจริต การชำระหนี้ด้วยเช็คที่ไม่มีการชำระเงินตามเช็ค ไม่ทำให้หนี้ระงับการวางทรัพย์ไม่ชอบเช่นนี้ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและพิพากษากลับนอกจากนั้น ประเด็นที่จำเลยเดินท่อประปาเข้าไปในห้องพิพาทโดยพลการเป็นการผิดสัญญาหรือไม่ และเป็นอันตรายหรือไม่นั้น โจทก์เห็นว่าเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแก่คดี

เพราะหากศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการผิดสัญญา ก็ย่อมพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีซึ่งปัญหาข้อนี้โจทก์ได้ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกประเด็น เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว โดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล (อันดับ 110 แผ่นที่ 6)โจทก์ฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารเลขที่ 409ถนนเยาวราชแขวงสัมพันธวงศ์เขตสัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร ให้ส่งมอบอาคารในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับอาคารดังกล่าวต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 10 เดือน เป็นเงิน 20,000 บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 710 บาทและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 45,000 บาท

นับแต่วันเลิกสัญญาจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 45,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 45,000 บาทแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทและส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์เสร็จสิ้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 105)ทนายโจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากทรัพย์ที่เช่าพร้อมทั้งเรียกค่าเช่าที่ค้าง 20,000 บาท กับดอกเบี้ยค่าเช่า710 บาท ทั้งเรียกค่าเสียหายถึงวันฟ้องอีก 45,000 บาท รวมเป็นทุนทรัพย์ 65,710 บาท จึงมีทุนทรัพย์เกิน 50,000 บาท ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อกฎหมายของโจทก์ก็เป็นสาระแก่คดีจึงให้รับฎีกาของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป และให้คืนค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเรียกเกินมา 160 บาทแก่โจทก์

Matter details

Panel of judges
นิเวศน์ คำผอง · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

Supreme Court Judgment No. 840/2537

โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57623)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนเนื้อหาในฎีกาจะเป็นข้อกฎหมาย ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี…

Supreme Court Judgment No. 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

Supreme Court Judgment No. 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up