Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58493)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า คำร้องนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสามฎีกาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นคดีฟ้อง ขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะ ยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ฎีกาของจำเลยทั้งสาม จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ฉบับแรก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2536 และศาลฎีกาได้มี คำสั่งให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม เสีย และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทคำนวณ ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสามใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ต่อไป ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทแล้ว มีราคา1,200 บาทและมีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าที่ดินพิพาทนี้มีราคา 1,200 บาท และเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2536 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาที่ว่าการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยนั้น เป็นการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ โต้แย้งในเรื่องกรรมสิทธิ์ โจทก์จะต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่าง คดีมีทุนทรัพย์ การที่โจทก์มิได้เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความ สงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้า เป็นคู่ความ แทนที่จำเลยที่ 1 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านเลขที่ 34,35 ส่วนที่รุกล้ำและออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 14040 และ 14041 ตำบลโพนางดำออก(โพนางดำ)อำเภอสรรพยา(อินทร์บุรี)จังหวัดชัยนาท (สิงห์บุรี) ของโจทก์ทั้งสองให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินปีละ 500 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสาม (อันดับ 168) จำเลยทั้งสามได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา(ฉบับแรก) และศาลฎีกามีคำสั่งว่า ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสามเสียและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ ตีราคาที่ดินพิพาทคำนวณ ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงมี คำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสามใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 ต่อไป(คำสั่งคำร้องที่ 1606/36)(อันดับ 170,184) ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทแล้วมีคำสั่งว่าศาล พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าที่ดินพิพาทนี้มีราคา 1,200 บาทและเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2536 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม (อันดับ 193) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 199) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามที่ว่า จำเลยทั้งสามครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้วนั้น เป็นการอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ส่วนที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่โจทก์ฟ้องคดีโดยมิได้เสียค่าขึ้นศาล อย่างคดีมีทุนทรัพย์ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น จำเลยทั้งสามมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 44/2537นางเวียง จันทร์โพธิ์ กับพวกโจทก์นายสมศักดิ์ สิงหา กับพวกจำเลยนายสมศักดิ์ สิงหา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางเยาวภา พึ่งสุข ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาติ สิงหา ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 249 ความว่า คำร้องนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสามฎีกาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นคดีฟ้อง ขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะ ยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ฎีกาของจำเลยทั้งสาม จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ฉบับแรก เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2536 และศาลฎีกาได้มี คำสั่งให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม เสีย และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทคำนวณ ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงมีคำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสามใหม่ตาม

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ต่อไป ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทแล้ว มีราคา1,200 บาทและมีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าที่ดินพิพาทนี้มีราคา 1,200 บาท และเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2536 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาที่ว่าการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยนั้น เป็นการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ โต้แย้งในเรื่องกรรมสิทธิ์ โจทก์จะต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่าง คดีมีทุนทรัพย์ การที่โจทก์มิได้เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์

ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความ สงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้า เป็นคู่ความ แทนที่จำเลยที่ 1 ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนบ้านเลขที่ 34,35 ส่วนที่รุกล้ำและออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 14040 และ 14041 ตำบลโพนางดำออก(โพนางดำ)อำเภอสรรพยา(อินทร์บุรี)จังหวัดชัยนาท (สิงห์บุรี) ของโจทก์ทั้งสองให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินปีละ 500 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนบ้านและออกไปจากที่ดินดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสาม (อันดับ 168) จำเลยทั้งสามได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา(ฉบับแรก) และศาลฎีกามีคำสั่งว่า ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกาของ จำเลยทั้งสามเสียและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ ตีราคาที่ดินพิพาทคำนวณ ค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสามชำระให้ ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แล้วจึงมี คำสั่งฎีกาของจำเลยทั้งสามใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 ต่อไป(คำสั่งคำร้องที่ 1606/36)(อันดับ 170,184) ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตีราคาที่ดินพิพาทแล้วมีคำสั่งว่าศาล

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าที่ดินพิพาทนี้มีราคา 1,200 บาทและเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2536 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสาม (อันดับ 193) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 199) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามที่ว่า จำเลยทั้งสามครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้วนั้น เป็นการอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ส่วนที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่โจทก์ฟ้องคดีโดยมิได้เสียค่าขึ้นศาล อย่างคดีมีทุนทรัพย์ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น จำเลยทั้งสามมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up