Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58614)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อแรกที่ว่าการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนฎีกาข้อสองที่ขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองข้อจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายโดยไม่ แจ้งการนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทราบ การอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับคดี ส่วนฎีกาที่ให้รอการลงโทษเมื่อข้อเท็จจริงยุติแล้วก็จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญในการกำหนดอัตราโทษที่จะลงแก่จำเลย จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 92)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ สี่กระทงต่างกัน กระทงแรกจำคุก 6 เดือน กระทงที่สองจำคุก 2 เดือน กระทงที่สามจำคุก 6 เดือน และกระทงที่สี่จำเลย 2 เดือน รวมสี่กระทงจำคุก16 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 8 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้เรียงกระทงลงโทษกระทงแรกจำคุก 4 เดือน กระทงที่สองจำคุก 1 เดือน กระทงที่สามจำคุก 5 เดือนกระทงที่สี่จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 11 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงให้จำคุก5 เดือน 15 วันจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 89 แผ่นที่ 3)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย ไม่ได้แก้บทมาตราด้วยเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่จำเลยฎีกาอ้างเหตุต่าง ๆ มาเพื่อขอให้ศาลรอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทมาตราดังกล่าวข้างต้น ส่วนฎีกาที่ว่าจำเลยไม่ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาเข้ามาภายในกำหนดแล้วจึงเป็นข้อกฎหมายไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 580/2537บริษัทปราณีภัณฑ์ จำกัดโจทก์นายกิตติศักดิ์ ไก่แก้วจำเลยนายกิตติศักดิ์ ไก่แก้ว จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรก, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อแรกที่ว่าการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนฎีกาข้อสองที่ขอให้รอการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองข้อจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายโดยไม่ แจ้งการนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทราบ การอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับคดี ส่วนฎีกาที่ให้รอการลงโทษเมื่อข้อเท็จจริงยุติแล้วก็จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญในการกำหนดอัตราโทษที่จะลงแก่จำเลย จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 92)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ สี่กระทงต่างกัน กระทงแรกจำคุก 6 เดือน กระทงที่สองจำคุก 2 เดือน กระทงที่สามจำคุก 6 เดือน และกระทงที่สี่จำเลย 2 เดือน รวมสี่กระทงจำคุก16 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 8 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้เรียงกระทงลงโทษกระทงแรกจำคุก 4 เดือน กระทงที่สองจำคุก 1 เดือน

กระทงที่สามจำคุก 5 เดือนกระทงที่สี่จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 11 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงให้จำคุก5 เดือน 15 วันจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 89 แผ่นที่ 3)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย ไม่ได้แก้บทมาตราด้วยเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่จำเลยฎีกาอ้างเหตุต่าง ๆ มาเพื่อขอให้ศาลรอการลงโทษแก่จำเลยนั้น เป็นการฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง

ต้องห้ามตามบทมาตราดังกล่าวข้างต้น ส่วนฎีกาที่ว่าจำเลยไม่ทราบกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาเข้ามาภายในกำหนดแล้วจึงเป็นข้อกฎหมายไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุชาติ ถาวรวงษ์ · จเร อำนายวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2525 (ref. 64174)

การที่จะขอให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ลงชื่อในคำพิพากษาอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 เป็นเรื่องที่ผู้ฎีกาจะต้องดำเนินการเองมิใช่เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นฎีกา…

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up