Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58636)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในส่วนรื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอม แล้วจำเลยยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาซึ่งศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของ จำเลยจึงเป็นกรณีที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ จำเลยจะฎีกาคำสั่งนี้ไม่ได้ ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยทั้งห้าเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ระบุว่า ข้อความในหมวดนี้มิให้ถือว่าห้ามคู่ความในอันที่จะมีคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา คำขอเช่นว่านี้ให้บังคับตามบทบัญญัติมาตรา 21,25,227,228,260 และ 262 ตามกฎหมายดังกล่าวให้สิทธิจำเลยฎีกาได้ จำเลยจึงมีสิทธิตามกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 5)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทภายใต้เส้นสีแดงตามแผนที่เอกสารหมาย จ.16 กว้าง 1.20 เมตร ยาว 9.30 เมตร อยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 32097 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 4378และ 4379 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานครของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้ว สิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอมออกให้หมด และทำให้ทางภารจำยอมอยู่ในสภาพเรียบร้อยจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยทั้งห้ายื่น คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการขอให้คุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาย่อมหมายความว่า คู่ความฝ่ายหนึ่งได้กระทำการใด ๆ ที่จะทำให้คู่ความผู้ขอคุ้มครองประโยชน์ต้องเสียหายในระหว่างพิจารณาคดีหรืออาจต้องเสียหายด้วยกัน ซึ่งศาลอาจกำหนดวิธีการใด ๆ ได้ตาม สมควรเพื่อคุ้มครองประโยชน์มิให้คู่ความที่ขอต้องได้รับความ เสียหายในระหว่างพิจารณาคดี แต่กรณีนี้ไม่ได้ความว่า โจทก์ได้ กระทำการใด ๆ อันจะทำให้จำเลยทั้งห้าต้องเสียหายหรือเสื่อมเสีย ประโยชน์ในระหว่างพิจารณา การที่จำเลยทั้งห้ามีหน้าที่ต้อง ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต ให้ทุเลาการบังคับ ไม่ใช่กรณีที่จำเลยทั้งห้าต้องเสียประโยชน์ จากการกระทำของโจทก์ คำร้องไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งห้าฎีกาขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 2)จำเลยทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาจำเลยทั้งห้าที่ขอยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอมไว้ก่อนนั้น ก็คือขอทุเลาการบังคับนั่นเอง หาใช่เป็นการคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264แต่อย่างใดไม่ คำสั่งของศาลในเรื่องทุเลาการบังคับเป็นอำนาจเฉพาะศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องทุเลาการบังคับอย่างใดแล้ว คู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งห้าชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 665/2537นายธีรพันธุ์ สุจริตกุลโจทก์นางนงลักษณ์ สุริยพันธุ์ กับพวกจำเลยนางนงลักษณ์ สุริยพันธุ์ กับพวก

จำเลยทั้งห้าผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 264ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในส่วนรื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอม แล้วจำเลยยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาซึ่งศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของ จำเลยจึงเป็นกรณีที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ จำเลยจะฎีกาคำสั่งนี้ไม่ได้ ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยทั้งห้าเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 264 ระบุว่า ข้อความในหมวดนี้มิให้ถือว่าห้ามคู่ความในอันที่จะมีคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา คำขอเช่นว่านี้ให้บังคับตามบทบัญญัติมาตรา 21,25,227,228,260 และ 262 ตามกฎหมายดังกล่าวให้สิทธิจำเลยฎีกาได้

จำเลยจึงมีสิทธิตามกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งห้าไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 5)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทภายใต้เส้นสีแดงตามแผนที่เอกสารหมาย จ.16 กว้าง 1.20 เมตร ยาว 9.30 เมตร อยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 32097 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 4378และ 4379 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานครของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ ให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้ว สิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอมออกให้หมด และทำให้ทางภารจำยอมอยู่ในสภาพเรียบร้อยจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยทั้งห้ายื่น

คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการขอให้คุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาย่อมหมายความว่า คู่ความฝ่ายหนึ่งได้กระทำการใด ๆ ที่จะทำให้คู่ความผู้ขอคุ้มครองประโยชน์ต้องเสียหายในระหว่างพิจารณาคดีหรืออาจต้องเสียหายด้วยกัน ซึ่งศาลอาจกำหนดวิธีการใด ๆ ได้ตาม สมควรเพื่อคุ้มครองประโยชน์มิให้คู่ความที่ขอต้องได้รับความ เสียหายในระหว่างพิจารณาคดี แต่กรณีนี้ไม่ได้ความว่า โจทก์ได้ กระทำการใด ๆ อันจะทำให้จำเลยทั้งห้าต้องเสียหายหรือเสื่อมเสีย ประโยชน์ในระหว่างพิจารณา การที่จำเลยทั้งห้ามีหน้าที่ต้อง ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาต ให้ทุเลาการบังคับ

ไม่ใช่กรณีที่จำเลยทั้งห้าต้องเสียประโยชน์ จากการกระทำของโจทก์ คำร้องไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งห้าฎีกาขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 2)จำเลยทั้งห้าจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าฎีกาจำเลยทั้งห้าที่ขอยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้วสิ่งกีดขวางและสิ่งก่อสร้างในทางภารจำยอมไว้ก่อนนั้น ก็คือขอทุเลาการบังคับนั่นเอง หาใช่เป็นการคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264แต่อย่างใดไม่ คำสั่งของศาลในเรื่องทุเลาการบังคับเป็นอำนาจเฉพาะศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องทุเลาการบังคับอย่างใดแล้ว คู่ความจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งห้าชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · สุวรรณ ตระการพันธุ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4085/2546

โจทก์ใช้ถ้อยคำว่าขอทุเลาการบังคับมาในคำร้องที่โจทก์ยื่นพร้อมกับอุทธรณ์ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง แต่ก็มีใจความว่าหากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการติดตามเอาทรัพ…

Supreme Court Judgment No. 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56454)

ความว่า ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา มีทางชนะคดี หากให้มีการ ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทอาจทำให้ผู้ร้องทั้งห้าได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 137 แผ่นที่ 2)คดีสืบ…

Supreme Court Judgment No. 2467/2536

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ขอใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา จำเลยจึงให้ผู้ร้องนำโฉนดที่ดินวางประกันต่อศาลต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 295,950 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธร…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56434)

ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2536 เป็นต้นมา จำเลยที่ 1ได้กระทำการให้เป็นที่เสียหายแก่ทรัพย์สินในที่ดินพิพาท และมีแนวโน้มว่ากระทำต่อไปอีก จึงขอศาลได้โปรด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up