คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า กู้เงินจำเลยไว้โดยมอบนาของโจทก์ให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย บัดนี้จำเลยไม่ยอมรับชำระเงินกู้ และยังขายนาของโจทก์แก่จำเลยที่ ๒ จึงขอให้ศาลแสดงว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยรับชำระหนี้ เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลย จำเลยต่อสู้ว่า เป็นเรื่องขายฝาก ครบกำหนดแล้วไม่ไถ่จำเลยที่ ๑ จึงขายแก่จำเลยที่ ๒ ๆ รับซื้อไว้โดยสุจริต ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์หนึ่งวัน
จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน อ้างเหตุที่ไม่ยื่นภายในกำหนดแห่งกฎหมายว่าเนื่องจากการติดต่อพยานให้ครบตามความจำเป็นเพื่อความยุติธรรมไม่ได้และก็เพิ่งได้ครบ ศาลชั้นต้นสั่งส่งสำเนาให้โจทก์ ๆ คัดค้านว่าไม่ควรอนุญาต
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้ออ้างของจำเลยไม่มีเหตุผลอันควร จึงไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน แล้วดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์ ,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อ ก.ม. ศาลฎีกาได้พิจารณาเหตุผลทั่ว ๆ ไปตามที่ปรากฎในสำนวนแล้วเห็นว่า การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๘๘ หาใช่จงใจฝ่าฝืนเพื่อจะให้โจทก์เสียเปรียบในทางคดีไม่ ทั้งความจริงโจทก์ก็ไม่เสียเปรียบอย่างไร เพราะได้ทราบหลักฐานฝ่ายจำเลยที่อ้างอิงก่อนสืบพยานโจทก์ ถ้าโจทก์จะขอเลื่อนคดีไปเพื่อสอบสวนหลักฐานให้แน่นอนเสียก่อน โดยให้จำเลยเสียค่าป่วยการเฉพาะวันให้ ก็ย่อมมีทางทำได้ อาศัยมาตรา ๘๗ แห่ง ป.ม.วิ.แพ่งเพื่อประโยชน์แห่งความยุตติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญในคดีสมควรจะได้ฟังพยานหลักฐานของจำเลยต่อไป
Result
จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาใหม่